5 ก.ย. 69 - คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีดึงสมาพันธ์แรงงาน-พลังงาน ถกปรับบทบาทคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สส.อรรถวิชช์ พรรครวมไทยสร้างชาติ จี้ดัน กฟผ. เพิ่มศักยภาพหารายได้รัฐ แก้วิกฤตงบประมาณขาดดุล

image

          คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนา เรื่อง ปรับบทบาท กกพ. เสริมแกร่ง กฟผ. เติมรายได้รัฐลดรายจ่ายประชาชน โดยมีตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สหภาพแรงงานการขนส่งและบริการเสริมการขนส่งสินค้าออก สมาพันธ์การขนส่งรถบรรทุกแห่งประเทศไทย ตลอดจนสหภาพการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าร่วมการสัมมนา 

          นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่สาม เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ทำไม กฟผ. ต้องก้าวข้ามกรอบเดิม โดยระบุว่า การจัดเสวนาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อหาแนวทางให้ กฟผ. สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างการบริหารจัดการพลังงานของไทยที่มีความซับซ้อน โดย กฟผ. อยู่ภายใต้กระทรวงพลังงาน ขณะที่การไฟฟ้าสายจ่าย (นครหลวงและภูมิภาค) อยู่สังกัดกระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้การบริหารจัดการพลังงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก

          นายอรรถวิชช์ ระบุด้วยว่า การจัดทำงบประมาณแผ่นดินในปัจจุบันประสบปัญหางบประมาณขาดดุลเกือบชนกรอบกฎหมายที่ 8 แสนล้านบาท ติดต่อกันหลายปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณในปีถัดไปอย่างรุนแรง หากรัฐวิสาหกิจต่างๆ ไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการนำส่งรายได้เข้าประเทศได้ ซึ่งปัจจุบันรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุดคือสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ขณะที่ กฟผ. อยู่อันดับ 3-4 และมีสัดส่วนการผลิตไฟลดลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 50 เนื่องจากถูกทอนอำนาจลงนับตั้งแต่มีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ตั้งแต่ปี 2551

          จากนั้นเป็นการเสวนาเรื่อง ปรับบทบาท กกพ. เสริมแกร่ง กฟผ. เติมรายได้รัฐลดรายจ่ายประชาชน โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านการบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค 

          นายพีระพันธุ์ เปิดเผยถึงสาเหตุของปัญหาราคาค่าไฟฟ้าแพงในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตพลังงานจริง แต่รัฐยังคงต้องแบกรับภาระและจ่ายค่าพร้อมจ่ายให้แก่โรงไฟฟ้าเหล่านั้น ส่งผลให้ต้นทุนถูกบวกเพิ่มเข้าไปในบิลค่าไฟของประชาชน ส่วนข้อจำกัดทางกฎหมายนั้น ปัจจุบันอำนาจหน้าที่ส่วนใหญ่ในการกำหนดโครงสร้างราคาพลังงานตกอยู่กับ กกพ. ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน ซึ่งเป็นกฎหมายที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ยุคที่มีแนวคิดจะแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ส่งผลให้กระทรวงพลังงานมีบทบาทและอำนาจในการเข้าไปบริหารจัดการได้ไม่เต็มที่

          นายพีระพันธุ์ เน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาค่าไฟในระยะยาวจำเป็นต้องมีการยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กกพ. เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานกำกับดูแลที่ซ้ำซ้อนมากเกินไป ควรปรับลดให้เหลือเพียงหน่วยงานเดียวเพื่อเอกภาพในการบริหารจัดการ พร้อมเสนอแนวคิดการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานในอนาคต ประกอบด้วย รัฐต้องเป็นผู้ควบคุมหลัก ด้านพลังงาน รวมถึงกำหนดบทบาทเอกชนเป็นเพียงตัวเสริม ไม่ควรเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในธุรกิจพลังงานเหมือนในปัจจุบัน และแยกแยะระหว่างบริการกับกิจการพลังงานของประเทศ ต้องจัดเป็นบริการสาธารณะที่รัฐมอบให้ประชาชน เพื่อความยุติธรรมและราคาที่สมเหตุสมผล ส่วนภาคเอกชนที่เข้ามาเสริมในรูปแบบกิจการก็ต้องมีการควบคุมอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ปล่อยให้แสวงหาผลกำไรที่มหาศาลเกินควร

          ด้าน นางสาวรสนา เน้นย้ำว่า กฟผ. จำเป็นต้องปรับบทบาทกลับมาทำหน้าที่เป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงการไฟฟ้าฝ่ายซื้ออย่างเช่นในปัจจุบัน พร้อมเสนอให้ยุติโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเผชิญปัญหาไฟสำรองล้นระบบอย่างรุนแรง โดยอ้างอิงข้อมูลช่วงพีคที่มีการใช้ไฟฟ้าเพียงราว 36,000 เมกะวัตต์ แต่กลับมีกำลังการผลิตและแผนสำรองไฟสูงถึงกว่า 50,000 เมกะวัตต์ การอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะกลายเป็นภาระผูกพันระยะยาว 20–25 ปี ที่ประชาชนต้องรับภาระจ่ายผ่านค่าไฟฟ้า

          ข้อเสนอสำคัญในครั้งนี้คือ การดึง กฟผ. กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อประโยชน์สาธารณูปโภคพื้นฐานที่เน้นต้นทุนต่ำสุด ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุดของเอกชน พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนและตัดส่วนเกินของโรงไฟฟ้าใหม่ในแผน PDP ออกไป รวมทั้งจับตาการเปลี่ยนเกณฑ์วัดความมั่นคงทางไฟฟ้าจากเดิมที่ใช้สัดส่วนสำรองไฟ 15% มาเป็นดัชนีชี้วัดโอกาสเกิดไฟฟ้าดับที่อาจถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

 

คริส พุทธชาติ  /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง                                                                                                                                                ประชาสัมพันธ์ สผ. /ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ