18 ส.ค. 69 - ประธานรัฐสภา ยืนยันรัฐสภาพร้อมรับเปิดสมัยประชุม ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย คัดกรองเข้มงวดทุกคน ไม่มียกเว้น พร้อมกำชับ สส. ไม่นำบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ส่วนตัว-ห้องประชุม

image

        นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยในอาคารรัฐสภา โดยเฉพาะการเปิดสมัยประชุมสภาในสัปดาห์หน้าว่า รัฐสภามีความพร้อมและยกระดับความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองอย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนเองได้เดินเลี่ยงเครื่องเอ็กซเรย์ด้วยความเคยชิน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภาได้เชิญให้เข้าเครื่องตรวจตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด จึงขอชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสภาโดยไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมย้ำว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งนี้บังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรเองก็ตาม ทุกคนที่เข้ามาในสภาต้องผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ ห้ามนำอาวุธทุกชนิดเข้าอาคาร หากพบการพกพาเจ้าหน้าที่จะยึดไว้และจะมีการจัดที่ฝากตามขั้นตอน นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ ผู้เข้า-ออก ต้องติดบัตรแสดงตนอย่างชัดเจน หากพบผู้ไม่ติดบัตร เจ้าหน้าที่จะเข้าสอบถาม และหากไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ จะถูกเชิญออกจากพื้นที่ทันทีพร้อมขอความร่วมมือ สส. ไม่นำบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ส่วนตัวหรือห้องประชุมสภา เพื่อป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกัน ยังมีการฝึกอบรมตำรวจสภาเกี่ยวกับมาตรการควบคุมฝูงชน และจัดการเหตุฉุกเฉินด้วยอุปกรณ์ระงับเหตุอย่างต่อเนื่อง

        นายโสภณ กล่าวต่อว่า ตนเริ่มสร้างวินัยให้สภาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยทำ ย้ำว่าหากใครไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสภาอย่างเคร่งครัดจะไม่สามารถเข้าอาคารได้ และที่สำคัญคือได้เสริมสมรรถภาพตำรวจสภาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมยืนยันดูแลความปลอดภัยรัฐสภาทั่วถึงแม้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ตาม

        ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้าน ร่วมกับ สว.ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ดำเนินการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน มีความคืบหน้าอย่างไร ประธานรัฐสภา ระบุว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณาตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว โดยมีกรรมการส่วนใหญ่เป็นบุคคลภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ซึ่งได้รับอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ และจะเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการได้เมื่อกระบวนการพิจารณาเสร็จสิ้น พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการดึงเวลา ย้ำว่าทุกอย่างต้องดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนอย่างรอบคอบ

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ