นายภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน แถลงถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาดำเนินการตามพยานหลักฐานและกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณา หากเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือก สว. ไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
นายภัณฑิล กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 กำหนดว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยเห็นว่าบทบาทของ กกต. ในขั้นตอนดังกล่าวเป็นการพิจารณาและกลั่นกรองพยานหลักฐานในเบื้องต้น ขณะที่การวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นหน้าที่ของศาลฏีกา ขณะนี้มีเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลเส้นทางการเงินจากการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จึงเห็นว่า กกต. ควรพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ และดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบุคคลบางรายที่มีชื่อปรากฏในข้อมูลการตรวจสอบและมีความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง โดยเห็นว่าควรมีการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน
นายภัณฑิล ยังกล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการเลือกใช้บุคคลบางรายในการปฏิบัติหน้าที่หรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการของ กกต. โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและมาตรฐานในการดำเนินการ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่สังคมมีข้อสงสัย โดยขอให้ กกต. พิจารณาการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวโดยยึดพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเป็นสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า หากเจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด อาจมีประเด็นเกี่ยวกับความรับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งควรพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าผลการพิจารณาของ กกต. จะเป็นอย่างไร ฝ่ายนิติบัญญัติยังสามารถติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานได้ผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะการขอข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย มีความโปร่งใส และสามารถชี้แจงต่อประชาชนได้
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง