นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การแพทย์ การศึกษา และการให้บริการภาครัฐ แต่การนำ AI มาใช้อย่างกว้างขวางจำเป็นต้องมีกรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และคำนึงถึงสิทธิของประชาชน ในหลายประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบธรรมาภิบาล AI ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเห็นว่าประเทศไทยควรกำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแล AI ในระดับชาติ และบูรณาการการดำเนินงานของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อจัดทำมาตรฐานกลางในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI
นายสุทนต์ ระบุว่ากรอบธรรมาภิบาลดังกล่าวควรยึดหลักการสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1. ความโปร่งใส ให้ประชาชนรับทราบเมื่อมีการใช้ AI และสามารถอธิบายหลักการทำงานได้ 2. ความรับผิดชอบ กำหนดผู้รับผิดชอบต่อผลกระทบจากการใช้ AI อย่างชัดเจน 3. ความเป็นธรรม ลดอคติของข้อมูลและป้องกันการเลือกปฏิบัติ 4. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูลและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล 5. การกำกับดูแลโดยมนุษย์ โดยเฉพาะการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และ 6. การบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประเมิน ติดตาม และปรับปรุงระบบ AI อย่างสม่ำเสมอ
นายสุทนต์ กล่าวว่าหากประเทศไทยสามารถพัฒนา AI ควบคู่กับการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และประยุกต์ใช้มาตรฐานสากลให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นักลงทุน และพันธมิตรระหว่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการใช้ AI เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ภายใต้หลักนิติธรรม ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
เฟซบุ๊ก สุทนต์ กล้าการขาย ข้อมูล/ภาพ