28 ก.ค. 69 - กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ถกปัญหาการรักษาพยาบาลและสิทธิประกันตัวผู้ต้องขัง ชูแนวคิด Second Opinion เปิดทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมวินิจฉัยหรือส่งรักษาต่อโรงพยาบาลภายนอก สร้างความเชื่อมั่นมาตรฐานการรักษา ยกระดับการดูแลผู้ต้องขังให้สอดคล้องหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล

image

       นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ประชุมพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีการรักษาพยาบาลและสิทธิการประกันตัวของผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย โดยมีผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย องค์กรภาคประชาสังคม และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อหาแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานสากล สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ติดตามการให้สิทธิประกันตัวและการรักษาพยาบาลผู้ต้องขังซึ่งเดิมป่วยเป็นโรคฝีในตับ และในระหว่างถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับการส่งตัวไปตรวจติดตามอาการด้วยระบบ CT Scan ที่โรงพยาบาลราชวิถี อย่างไรก็ตาม เมื่อย้ายไปควบคุมตัวที่เรือนจำกลางคลองเปรม ผู้ต้องขังกลับมีอาการทรุดลงและตรวจพบภาวะตับโต ม้ามโต และต่อมลูกหมากโต รวมถึงได้รับผลข้างเคียงจากยารักษาจนความดันโลหิตลดต่ำลงจนเกือบเกิดภาวะลมแดด ทำให้เกิดความกังวลต่อมาตรฐานการรักษาพยาบาล และเสนอให้ส่งตัวออกมารักษาพยาบาลภายนอกเรือนจำ
       ด้านผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า การดำเนินการรักษาพยาบาลผู้ต้องขังภายในเรือนจำยึดหลักความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับบุคคลภายนอก และเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ทุกประการ ทั้งยังยืนยันว่าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีศักยภาพในการดูแลรักษาที่ไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลภายนอก อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากความขาดความเชื่อมั่น และเห็นว่าควรยึดหลักมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือ ข้อกำหนดแมนเดลา(Mandela Rules) กระบวนการที่ผู้ป่วยขอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนที่สอง ให้คำปรึกษา ตรวจสอบ และให้ความเห็นเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคหรือแผนการรักษาที่ได้รับจากแพทย์คนแรก โดยเสนอแนวทางแก้ไขด้วยกระบวนการขอความเห็นที่สองทางการแพทย์(Second Opinion) ใน 2 รูปแบบ คือ การตั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือแพทย์ที่ผู้ต้องขังไว้วางใจ เข้ามาร่วมวางแผนและหารือแนวทางการรักษาร่วมกับทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และอีกแนวทางคือการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลภายนอก พร้อมประวัติการรักษาที่ครบถ้วน 
       ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เห็นพ้องว่า หากมีการกำหนดหลักเกณฑ์เรื่อง Second Opinion ที่ชัดเจนในอนาคต จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้ปฏิบัติงาน สังคม และผู้ต้องขัง อีกทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังอย่างเป็นรูปธรรม

 

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ