นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมยกมธ. แถลงข่าวโดยระบุถึงปัญหาน้ำในหลายแม่น้ำที่ขุ่นและสกปรกจนส่งผลกระทบต่อประชาชนใน 2 พื้นที่ โดยเฉพาะ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ในจังหวัดเชียงราย รวมถึงแม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนอง ภายหลังการประชุมคณะกมธ. ที่ได้เชิญหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข ความมั่นคง การต่างประเทศ และผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมให้ข้อมูลและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
นางสาวกุลวลี กล่าวว่า แม่น้ำที่เคยเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิตของประชาชนมาหลายชั่วอายุคน กลับขุ่นและสกปรกปนเปื้อนสารพิษจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และการประมง สำหรับจังหวัดระนอง มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1,250 ครอบครัว จากปัญหาน้ำในแม่น้ำกระบุรีที่มีความขุ่นเพิ่มขึ้นหลายเท่า ขณะที่จังหวัดเชียงรายยังตรวจพบสารหนูเกินระดับที่ปลอดภัยในบางจุด ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ แม้ต้นเหตุของปัญหาจะมาจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่เหนือต้นน้ำ แต่ผู้ได้รับผลกระทบคือประชาชนชาวไทย จึงจำเป็นต้องเร่งดูแลและช่วยเหลือประชาชนในประเทศควบคู่กับการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างหนักแน่นและเป็นมิตร เพื่อแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
นางสาวกุลวลี กล่าวถึงสิ่งที่คณะกมธ.จะเร่งดำเนินการ 4 ด้าน ประกอบด้วย การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งการตรวจน้ำ ตะกอนดิน และสัตว์น้ำ รวมถึงผลักดันการติดตั้งระบบตรวจสอบอัตโนมัติ พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างตรงไปตรงมา ด้านการจัดหาน้ำสะอาด จะเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาน้ำสำรอง ปรับปรุงระบบประปา และดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้ทุกครัวเรือนมีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอ ส่วนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จะเร่งดูแลชาวไร่ ชาวนา ชาวประมง และผู้ประกอบอาชีพที่ขาดรายได้ พร้อมพิจารณาประกาศพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบได้ ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าหารือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากต้นเหตุ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านใน 3 ระดับควบคู่กัน ได้แก่ การนำผลตรวจคุณภาพน้ำเข้าสู่เวทีคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา การแลกเปลี่ยนข้อมูลและตรวจคุณภาพน้ำร่วมกัน รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนทั้งสองฝั่งในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำและสร้างความเข้าใจร่วมกันต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
นางสาวกุลวลี ย้ำว่า คณะกมธ.จะติดตามปัญหานี้อย่างต่อเนื่องในฐานะผู้แทนของประชาชน เพื่อผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเกิดผลในระยะยาว พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานและสื่อมวลชนที่ร่วมกันทำงานและสื่อสารข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง