นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ว่าที่ประชุมมีข้อสรุปยกระดับมาตรฐานเหล็ก โดยยกเลิกการใช้เตาหลอมประเภท IF (Induction Furnace) ในการผลิตเหล็กข้ออ้อยสำหรับใช้ทำเสาหรือคานในอาคารสูง ส่วนเหล็กกลมทั่วไปยังสามารถผลิตได้ แต่ต้องมีเตาปรุงน้ำเหล็กเพื่อควบคุมและปรับปรุงคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอที่เคยนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า เทคโนโลยีเตา IF ต้องพึ่งพาคุณภาพของเศษเหล็กที่นำมาหลอมเป็นอย่างมาก หากวัตถุดิบมีคุณภาพต่ำจะส่งผลต่อคุณภาพของเหล็กที่ผลิตได้ และจากการสุ่มตรวจมาตรฐานที่ผ่านมา พบว่า เหล็กจากเตา IF มีโอกาสไม่ผ่านมาตรฐานสูงกว่าเตาประเภทอื่น โดยเตา IF เหมาะสำหรับการหลอมโลหะที่มีความบริสุทธิ์สูง เช่น สเตนเลส มากกว่าการผลิตเหล็กเส้นจากเศษเหล็กที่รวบรวมภายในประเทศ พร้อมกันนี้ ยังชื่นชมปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ที่เดินหน้าผลักดันเรื่องดังกล่าว พร้อมให้กำลังใจข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยย้ำว่าไม่ควรยอมให้อำนาจเงินเข้ามามีอิทธิพลต่อการยกระดับมาตรฐานใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ยืนยันว่าจะยืนเคียงข้างในการรับมือกับแรงกดดันจากกลุ่มทุน และหวังว่าฝ่ายการเมืองจะให้ความร่วมมือ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนและอาคารสูงทั่วประเทศ ทั้งนี้ เห็นว่าเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปสู่การปฏิรูปมาตรฐานเหล็กอย่างจริงจัง
นายอรรถวิชช์ ยอมรับว่า การผลักดันมาตรการดังกล่าวกระทบต่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนอุตสาหกรรมเหล็กขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโรงงานเหล็ก IF จำนวน 11 แห่งในประเทศไทยที่มีความเชื่อมโยงกับการลงทุนจากจีน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การกีดกันทางการค้า หากแต่เป็นการคุ้มครองมาตรฐานคุณภาพเหล็กของไทยและความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 30 วัน ก่อนประกาศใช้เป็นกฎข้อบังคับอย่างเป็นทางการ ซึ่งยังสามารถมีการปรับแก้ได้ จึงขอให้ทุกคนร่วมติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง