24 มิ.ย. 69 - กมธ.การกระจายอำนาจฯ ลงพื้นที่ติดตามเหตุอาคารเก่าย่านสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ถล่ม แนะสำรวจอาคารเสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

image

             นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครอง ส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นางสาวนิตยา มีศรี รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์และรับฟังข้อเท็จจริง ภายหลังเกิดเหตุกันสาดอาคารพาณิชย์ อายุกว่าร้อยปีร่วง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยมีนายธนาเดช จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานคร รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงข้อมูลและแนวทางดำเนินการ

            คณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบรายละเอียดเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้วัดไตรมิตร เขตสัมพันธวงศ์ โดยกันสาดคอนกรีตของอาคารพาณิชย์เก่าร่วงลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เข้าควบคุมสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือในพื้นที่อย่างทันท่วงที ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารและมีคำสั่งห้ามใช้อาคารเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัย จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสาเหตุเกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุตามอายุการใช้งานของอาคาร ขณะที่กรุงเทพมหานครได้กำหนดแนวทางป้องกันในระยะต่อไป โดยเตรียมสำรวจอาคารเก่าที่มีลักษณะและสภาพความเสี่ยงใกล้เคียงกันในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหมั่นตรวจสอบสภาพอาคาร และแจ้งหน่วยงานภาครัฐเมื่อพบสัญญาณความไม่ปลอดภัยด้านโครงสร้าง

            ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นควรให้มีการสำรวจและประเมินสภาพอาคารเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานอย่างเป็นระบบ กำหนดมาตรการตรวจสอบอาคารตามช่วงอายุการใช้งาน ส่งเสริมความร่วมมือกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนศึกษาทบทวนกฎหมาย ระเบียบ และข้อบัญญัติที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการซ่อมแซม ฟื้นฟู และปรับปรุงอาคารเก่าเพื่อให้การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์สามารถดำเนินควบคู่ไปกับมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จะประชุมร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในฐานะเจ้าของอาคาร และผู้เช่าทั้ง 5 คูหา เพื่อหารือแนวทางการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ สัญญาเช่าและแบบแปลนอาคาร เพื่อประกอบการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยปัจจุบันยังคงมีคำสั่งห้ามใช้อาคารเป็นการชั่วคราวจนกว่าการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารจะแล้วเสร็จ

            นายคงกฤษ กล่าวว่าการติดตามกรณีดังกล่าวเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและป้องกันเหตุในลักษณะเดียวกันมิให้เกิดขึ้นอีก โดยคณะกรรมาธิการฯ พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมประสานและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารเก่าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว และส่งเสริมการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของกรุงเทพมหานครให้ดำรงอยู่ได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

กมธ.การกระจายอำนาจฯ สภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล/ภาพ

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ