นางกัลยา ใหญ่ประสาน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ใน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เปิดเผยข้อมูลจากการร่วมลงพื้นที่ศึกษาดูงานกับอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ณ ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ว่า พบปริมาณตู้สินค้ามีสถิติเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยในปี 2566 มีจำนวนสูงถึงกว่า 10.15 ล้านตู้ ขณะที่แนวโน้มการนำเข้าผักและผลไม้ในช่วงปี 2567-2569 คาดการณ์ว่าจะสูงถึงกว่า 212 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม จากการสุ่มตรวจโดยกองด่านอาหารและยา พบข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีผักและผลไม้ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยรวมถึง 118 ตัวอย่าง จาก 608 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 19.40 สำหรับกลุ่มสินค้าที่ตรวจพบว่า ไม่ผ่านมาตรฐาน อันดับ 1 ในหมวดผักคือ ขึ้นฉ่าย ตามมาด้วยหัวไชเท้าและมันฝรั่ง ส่วนในหมวดผลไม้อันดับ 1 คือ ส้ม ตามมาด้วยสาลี่ แก้วมังกร องุ่น และแอปเปิ้ล โดยสารเคมีที่พบส่วนใหญ่คือคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็นสารที่ประเทศไทยประกาศห้ามใช้แล้ว เนื่องจากมีอันตรายร้ายแรง สามารถทำลายสมองเด็ก ส่งผลให้พัฒนาการช้า และมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ทำให้เป็นหมันได้
นางกัลยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้การตรวจสอบไม่มีประสิทธิภาพ คือ การขาดแคลนอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ โดยปัจจุบันเจ้าหน้าที่กองอาหารและยา มีเพียง 14 คน ซึ่งเคยมีการขอเพิ่มอัตรากำลังไป 200 คน แต่กลับได้รับการอนุมัติเพิ่มมาเพียง 2 คนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องสถานที่ตั้งของหน่วยงานตรวจสอบที่อยู่ห่างไกลกัน ทำให้การรายงานผลและแก้ไขปัญหาไม่รวดเร็วเท่าที่ควร โดยตนขอเสนอข้อเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งยกระดับการตรวจสอบ ด้วยการนำโมเดล 1 DAAN 1 LAB 1 DAY ที่ประสบความสำเร็จจากด่านเชียงของ จังหวัดเชียงรายมาใช้ทั่วประเทศ เพื่อให้การตรวจมาตรฐานมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่และใช้ระบบการตรวจสอบสินค้าล่วงหน้า รวมถึงประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ ตลอดจน ส่งเสริมให้เกษตรกรในประเทศผลิตอาหารปลอดภัยและลดการใช้สารเคมี เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยให้กับผู้บริโภค
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง