นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างมาก โดยระบุว่าจากการลงพื้นที่ศึกษาดูงานร่วมกับคณะวุฒิสภาที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 7-9 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่ากลไกการบริหารจัดการป่าชุมชน เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เนื่องจากประเทศไทยมีป่าชุมชนกว่า 6.8 ล้านไร่ และมีคนในชุมชนมีส่วนร่วมดูแลกว่า 2.4 ล้านคน พร้อมกล่าวว่า ร้อยละ 80 ของปัญหาการเผาไหม้เกิดขึ้นในพื้นที่ป่า ดังนั้น หากมีงบประมาณสนับสนุนการดูแลป่าที่เพียงพอจะช่วยลดปัญหาได้ โดยเสนอให้ใช้แนวทางที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ด้วยการให้ภาคเอกชนสนับสนุนงบประมาณผ่านตัวกลาง เช่น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เพื่อนำไปบริหารจัดการป่า และภาคเอกชนจะได้รับคาร์บอนเครดิตเป็นสิ่งตอบแทน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณที่จำกัดของภาครัฐได้ ซึ่งจากข้อมูลสถิติโครงการตัวอย่างระหว่างปี 2564-2568 พบว่า การจัดการในลักษณะนี้ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยในพื้นที่โครงการ สามารถลดปริมาณการเผาไหม้จากร้อยละ 22 ลงมาเหลือเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่าการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบสามารถแก้ปัญหา PM 2.5 ที่ต้นเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ นายพละวัต ยังได้กล่าวยื่นข้อเสนอ จำนวน 3 ประการ ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดการแก้ปัญที่ยั่งยืน ได้แก่ การส่งเสริมป่าชุมชนโดยใช้คาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้และแรงจูงใจในการอนุรักษ์ป่า รวมถึงการบูรณาการหน่วยงานและงบประมาณในการประสานการทำงานระหว่างส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ ตลอดจน การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนชุมชนเข้มแข็ง เพื่อดูแลรักษาและป้องไฟป่า โดยอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชน พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า หากทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน เพราะลมหายใจเป็นเรื่องของทุกคน
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง