12 พ.ค. 69 -กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา จับมือ กองบัญชาการกองทัพไทย เดินหน้ายุทธศาสตร์ความมั่นคงปี 2569 ผบ.ทสส. ย้ำไทยพร้อมใช้สิทธิป้องกันตนเอง ปกป้องอธิปไตยทุกตารางนิ้ว 

image

          คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานกรรมาธิการฯ เข้าพบหารือข้อราชการกับ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพไทย ในประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา แนวทางที่กองทัพไทยเร่งยกระดับความมั่นคงแนวชายแดนในปี 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างรั้วชายแดนความมั่นคงคู่ขนานกับเทคโนโลยี (รั้วอิเล็กทรอนิกส์ (CCTV)) เพื่อป้องกันการรุกล้ำและลักลอบผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น จังหวัดจันทบุรี และสระแก้ว ควบคู่กับการใช้แนวทางทูตทหารเพื่อความสันติภาพ และการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักสากล ถึงแม้จะมีการเจรจาแต่ไทยยังคงมีสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หากอธิปไตยหรือความปลอดภัยของประชาชนถูกคุกคาม กองทัพทุกเหล่าพร้อมปฏิบัติการทางทหารและหน้าที่อย่างเต็มกำลังเมื่อถึงคราวจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ การให้ความสำคัญของหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่เป็นสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและความเข้าใจในพื้นที่ยังถือเป็นส่วนสำคัญของกองทัพ
          ความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา ในบทบาทกองทัพไทยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ที่ถือเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนและเกิดความขัดแย้งจากการสู้รบภายในประเทศหรือกับชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางเมียนมากับชนกลุ่มน้อยมีความตึงเครียดแล้วเปลี่ยนจากการเจรจามาเป็นการสู้รบกันจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยจากระยะพรมแดนทางบกระหว่างไทยกับเมียนมามีความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 2,400 กิโลเมตร ติดพื้นที่ 10 จังหวัดของไทยกับมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำสำคัญที่เป็นเส้นกั้นพรมแดน เช่น แม่น้ำสาย แม่น้ำเมย แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี ตลอดจนด่านผ่านแดนที่เป็นทางการ ด่านธรรมชาติ หรือจุดเสี่ยงที่มีการข้ามหรือลักลอบทำการผิดกฎหมาย ซึ่งความยาวขนาดนี้ทำให้การเฝ้าระวังของกองทัพไทยจะต้องมีความพร้อมและศักยภาพในทุก ๆ ด้าน
          ความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันพบว่าได้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความเข้มงวดเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและการก่อเหตุรุนแรง โดยกองทัพไทยเห็นความสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกันและโครงสร้างพื้นฐานโครงการรั้วความมั่นคงตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เห็นว่าควรมีการผลักดันแผนสร้างรั้วความมั่นคงระยะทาง 100-200 กิโลเมตร เพื่อปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ด่านศุลกากรบูเกะตา จังหวัดนราธิวาส เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และการเคลื่อนย้ายของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้ง "คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" (คณะกรรมการพิเศษ จชต.) ชุดใหม่จำนวน 22 คน โดยมีเป้าหมายหลักในการบูรณาการงานความมั่นคงควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
          ทั้งนี้ กองทัพไทย จะให้การสนับสนุนตามนโยบายรัฐบาลในการสร้างสันติภาพเพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปสู่การปฏิบัติจริงก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในความมั่นคงในพื้นที่ด้วย
          พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. ได้ย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากองทัพในทุกเหล่าทัพให้มีความทันมสมัยและเป็นกองทัพที่เข้มแข็งรองรับภารกิจปัจจุบันและมีความเข้มแข็งในอนาคต พร้อมฝากคณะกรรมาธิการฯ ให้ผลักดันงานที่ดำเนินการทางทหารและความมั่นคงให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
          ด้านประธานกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ คือ วุฒิสภาและคณะกรรมาธิการฯ จะให้การสนับสนุนภารกิจ บทบาท และหน้าที่การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยของกองทัพไทยให้เกิดผลสำเร็จตามกรอบงบประมาณด้านการทหารและความมั่นคงโดยเฉพาะ เรื่องการแก้ไขกฎหมาย การจัดสรรงบประมาณ และให้ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการบริหารจัดการความมั่นคงแนวชายแดนไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา และความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูล ข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกันไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล / ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ