6 พ.ค. 69 - สภาผู้แทนราษฎร พิจารณา 3 ญัตติ เกี่ยวข้องกับปัญหานักโทษล้นคุก สภาพในเรือนจำ และการคืนคนสู่สังคม

image

          ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำ รวม 3 ญัตติ จาก สส.ต่างพรรคการเมือง ซึ่งมีสาระสำคัญสอดคล้องกันในเรื่องปัญหานักโทษล้นคุก สภาพในเรือนจำ และการคืนคนสู่สังคม โดยนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำและการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด โดยระบุว่า เป็นการผ่าตัดโครงสร้างระบบยุติธรรมใน 5 มิติ ประกอบด้วย มิติการบริหารจัดการ ผลักดันนวัตกรรมหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการเบ็ดเสร็จ หรือ SDU (Service Delivery Unit) มิติแยกประเภทผู้ต้องขัง ขังเฉพาะที่จำเป็น มิติทางนิติบัญญัติ รื้อนโยบายทางอาญา มิติสร้างแรงจูงใจให้ไม่ทำผิดซ้ำ พ.ร.บ. ล้างมลทิน และ มิติจัดสรรงบงบประมาณ ลงทุนในทุนมนุษย์ ดังนั้นจึงเห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เพื่อเปลี่ยนให้ระบบยุติธรรมทำหน้าที่มากกว่าการกักขัง แต่เป็นการให้โอกาสคน ควบคู่กับการคุ้มครองสังคมอย่างยั่งยืน

          ขณะที่ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องการเข้าถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำและกระบวนการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องโทษในเรือนจำ ระบุว่า เป็นการจัดระบบมาตรฐานที่ยั่งยืน ปฏิรูประบบสาธารณสุขและคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ลดความแออัดการเรือนจำเก่าเกิน 100 ปี และคืนคนคุณภาพสู่สังคมโดยมีนโยบายการศึกษา การจ้างงาน และป้องกันการการกระทำผิดซ้ำ 

          นางสาวบุญญาภา นาชัยเวียง ปุณณนิฏฐา สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาความยุติธรรม คุณภาพชีวิต และการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยได้เสนอ 7 เรื่อง ที่รัฐบาลควรทำทันที ประกอบด้วย การตั้งระบบสุขภาพเรือนจำเป็นระบบร่วม ระหว่างกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข การจัดทำระบบเทเลเมดิซีน ให้เป็นระบบถาวรไม่ใช่แค่โครงการนำร่อง ตั้งทีมสุขภาพเรือนจำระดับจังหวัด ลดความแออัดอย่างจริงจัง ฟื้นฟูก่อนพ้นโทษ การดูแลหลังพ้นโทษ และทบทวนอัตรากำลังเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ พร้อมย้ำว่า เรือนจำที่ดี ไม่ใช่เรือนจำที่ทำให้คนกลัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นเรือนจำที่จะต้องทำให้คนมีโอกาส ไม่กลับมาอีก การดูแลผู้ต้องขังก็ไม่ใช่การเข้าข้างคนผิด แต่คือการเข้าข้างสังคมที่ปลอดภัยกว่าเดิม การรักษาผู้ต้องขังต้อง ไม่ใช่ความเมตตาที่เกินเหตุ แต่คือหน้าที่รัฐ เมื่อรัฐเป็นผู้จำกัดเสรีภาพ และการดูแลเจ้าหน้าที่ไม่ใช่สวัสดิการพิเศษ แต่คือการรักษาเสถียรภาพของระบบยุติธรรมทางระบบ

          ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎร เห็นควรพิจารณาญัตติทั้ง 3 พร้อมกันเนื่องจากมีเนื้อหาในทำนองเดียวกัน และเปิดให้สมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ