นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงประเด็นความเปราะบางของสุขภาพจิตเยาวชนไทยที่ไม่ใช่เพียงปัญหาระดับบุคคล แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ผู้ใหญ่ในสังคมต้องเร่งแก้ไข โดยระบุถึงเรื่องราวสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับบุคคลใกล้ตัวว่า ลูกสาวของตนมาแจ้งข่าวร้ายว่ามีเพื่อนในวัยเรียนตัดสินใจจบชีวิตตนเองถึง 2 คนในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความเครียดในกลุ่มวัยรุ่นกำลังทวีความรุนแรงและนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนได้ แม้กรมสุขภาพจิตที่มีการทำ MOU และกำหนดนโยบายต่าง ๆ แต่ผลลัพธ์หน้างานยังไม่เพียงพอ เพราะกลุ่มอายุ 18-24 ปี มีสภาวะซึมเศร้าสูงถึง 26.9% กลุ่มนักเรียนมัธยม มีถึง 17.6% ที่ยอมรับว่าเคยคิดที่จะจบชีวิตตัวเองอย่างจริงจัง โดยมีปัจจัยกดดันมาจากทั้งเรื่องการเรียน แรงกดดันจากสังคมโซเชียล (Peer Pressure) และสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งต่อความเครียดจากครอบครัวสู่เด็ก
นางการดี กล่าวต่อว่า เนื่องในโอกาสเดือนแห่งการรณรงค์ด้านสุขภาพจิต (Mind Month) จึงขอฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ยกระดับมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้ 1. นโยบายตรงเป้า เปลี่ยนจากแค่การเซ็นเอกสาร (MOU) เป็นการเข้าถึงหน้างานที่รวดเร็วและจริงจัง 2. เพิ่มบุคลากร สนับสนุนงบประมาณและอัตรากำลังของครูแนะแนว และนักจิตวิทยาให้มีประจำอยู่ในทุกโรงเรียนและมหาวิทยาลัย และ 3. สร้างความรับรู้ ยกระดับความเข้าใจของสังคมเพื่อลดการตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิต
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง