นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ประชุมร่วมกับผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อมอบนโยบายและรับรายงานปัญหาเร่งด่วน ณ ห้องประชุม CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า ได้ติดตามกรณีคดียิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างใกล้ชิด ภายหลังมีกระแสตั้งคำถามเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยระบุว่าในวันถัดไปจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ พร้อมกันนี้ ได้ย้ำถึงการทำงานร่วมกันของประธานและรองประธานสภาฯ ทั้งสามคน ต้องเป็นแบบอย่างด้านความสามัคคี เพื่อให้บุคลากรเห็นภาพการทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ในด้านอาคารสถานที่ ระบุว่าจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสถาปัตย์เข้ามาประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ รวมถึงผลักดันการจัดทำพิพิธภัณฑ์รัฐสภา เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์และภาพลักษณ์ขององค์กร
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอแนะให้ปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมมากขึ้น รวมถึงภาพลักษณ์ของตำรวจรัฐสภา เพื่อความแข็งแกร่งในการดูแลความปลอดภัยภายในรัฐสภา
ด้านมาตรการประหยัดพลังงาน เน้นย้ำให้มีผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยต้องมีการรายงานเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายก่อนและหลังดำเนินมาตรการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้ใช้พื้นที่ว่างภายในอาคารรัฐสภาให้เกิดประโยชน์ โดยมอบหมายให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเนอสเซอรี่สำหรับบุตรหลานข้าราชการรัฐสภา พร้อมเตรียมจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนบุคลากรและอาหารเสริม โดยมอบหมายรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ศึกษาข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ในด้านสวัสดิการบุคลากร ประธานสภาฯ ระบุว่า ได้รับข้อมูลว่าข้าราชการบางส่วนมีรายได้คงเหลือต่อเดือนไม่มาก จึงมีแนวคิดจัดกิจกรรมระดมทุน เช่น กอล์ฟการกุศล และกิจกรรมวิ่ง เพื่อนำรายได้มาพัฒนาสวัสดิการและเสริมสร้างขวัญกำลังใจ โดยย้ำว่าผู้ปฏิบัติงานดีควรได้รับการตอบแทนที่เหมาะสม
สำหรับงบประมาณปี 2569 ระบุว่ามีแนวโน้มถูกปรับลดในโครงการที่ล่าช้า จึงเร่งประสานเพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินงานของรัฐสภา พร้อมกำชับให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้วเสร็จก่อนต้นเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะโครงการพิพิธภัณฑ์รัฐสภาที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนงบประมาณปี 2570 ระบุว่างบของรัฐสภาถูกปรับลดลงเหลือร้อยละ 18 จึงขอให้หน่วยงานเร่งเสนอโครงการสำคัญเข้าสู่กรอบงบประมาณให้ทันเวลา
ท้ายที่สุด ยืนยันว่าการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ของประธานและรองประธานสภาฯ มิได้มุ่งตำหนิเจ้าหน้าที่ แต่เป็นการบริหารงานเชิงนโยบาย เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน สมาชิก และข้าราชการ พร้อมระบุว่าได้มีการปรับลดงบประมาณในหลายส่วนมากกว่าที่เคยดำเนินการในอดีต
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง