นายปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม รับฟังปัญหาจากเกษตรกรผู้ปลูกถั่วลายเสือกว่า 300 ราย ในพื้นที่ตำบลหมอกจำแป่ และตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่รวมตัวร้องขอความช่วยเหลือ หลังไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตามปกติ เนื่องจากถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาโดยอ้างว่าผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน โดยตัวแทนเกษตรกรเปิดเผยว่า แม้เกษตรกรจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิตทุกขั้นตอน แต่ปีนี้กลับถูกกดราคารับซื้ออย่างหนัก โดยถั่วที่ไม่ผ่านเกณฑ์ถูกรับซื้อเพียงถังละ 100 บาท หรือเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท ขณะที่ถั่วเกรดดีมีราคารับซื้อสูงถึงถังละ 234 บาท ส่งผลให้หลายครัวเรือนได้รับผลกระทบทางรายได้อย่างหนัก เกษตรกรจึงเรียกร้องให้ภาครัฐกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการรับซื้อที่ชัดเจน ใช้เครื่องมือวัดคุณภาพแทนการประเมินด้วยสายตา กำหนดราคารับซื้อที่เป็นธรรม และเปิดตลาดรับซื้อให้หลากหลายเพื่อลดการผูกขาดของผู้รับซื้อบางราย
ด้านนางภูษณิศ ไชยมณี พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า เกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการรับซื้อผลผลิต โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้รับข้อร้องเรียนแล้ว และจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สังเกตการณ์การรับซื้อ พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร รวมถึงกำหนดมาตรฐานการรับซื้อให้ชัดเจน แม้ปัจจุบันการซื้อขายถั่วลายเสือยังไม่มีมาตรฐานกลางรองรับ พร้อมย้ำว่าผู้รับซื้อต้องติดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน และปรับปรุงข้อมูลราคาทุกวันที่มีการรับซื้อ นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยังเปิดให้ผู้ประกอบการหรือพ่อค้ารายอื่นที่ต้องการรับซื้อถั่วลายเสือจากเกษตรกรในพื้นที่ สามารถประสานผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อช่วยระบายผลผลิตและเพิ่มทางเลือกทางการตลาดให้เกษตรกร ขณะที่นายพยุงศักดิ์ สิทธิลภ เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกถั่วลายเสือที่ขึ้นทะเบียนประมาณ 2,000 ไร่ โดยเห็นว่าราคารับซื้อโดยรวมอยู่ในระดับน่าพอใจ แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่กระบวนการคัดเกรดซึ่งต้องมีมาตรฐานและให้ราคาที่เหมาะสมกับเกษตรกร พร้อมเน้นย้ำให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนการปลูกเพื่อให้ภาครัฐสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างครบถ้วน รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปถั่วลายเสือในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติมในอนาคต
ทั้งนี้ ภายหลังรับฟังปัญหาความเดือดร้อน นายปกรณ์ ย้ำจะนำความเดือดร้อนของเกษตรกรในครั้งนี้เข้าหารือต่อผู้มีอำนาจในกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรต่อไป เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง