คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อันเกี่ยวเนื่องถึงความสัมพันธ์และความมั่นคงชายแดนด้านตะวันออก การสร้างรั้วชายแดนไทย – กัมพูชา แรงงานต่างด้าว การหลบหนีเข้าเมือง ยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการปัญหาความมั่นคงแบบองค์รวม โดยมี นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ
โดยผลการดำเนินงาน ในเรื่องความสัมพันธ์และความมั่นคงชายแดนภาคตะวันออกที่กระทบต่อการรักษาความมั่นคงพบว่าสถานการณ์ได้สะท้อน “พื้นที่ความเสี่ยงเชิงซ้อน” ที่เชื่อมโยงทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่ แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การลักลอบเข้าเมือง ยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งล้วนเป็นภัยคุกคามที่มีลักษณะไร้พรมแดนและทวีความซับซ้อนมากขึ้น ในเชิงการวิเคราะห์ตามกรอบ Security Studies ปัญหาเหล่านี้สะท้อนทั้งช่องว่างของศักยภาพรัฐและการขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรมที่อาศัยเทคโนโลยีและความเชื่อมโยงระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือสำคัญ ส่งผลให้การจัดการไม่อาจพึ่งพามาตรการภายในประเทศเพียงลำพัง ดังนั้น การแก้ไขจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการเสริมประสิทธิภาพการควบคุมชายแดน การพัฒนาระบบข่าวกรองและฐานข้อมูล การยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการจัดการปัจจัยเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนของฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจและฝ่ายปกครองเป็นสำคัญ
ปัญหาที่ดินของราษฎรตามชายแดนไทย - กัมพูชา และราษฎรตามชายแดนไทย - กัมพูชา ตามที่มีผลกระทบและประสบปัญหาการถูกคุกคามจากประเทศกัมพูชาและการปิดพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชาในห้วงที่ผ่านมาสร้างความเดือดร้อนและความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยจำเป็นต้อจัดหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เด็ดขาดและเป็นรูปธรรมตามกรอบกฎหมายภายในและภายนอกอย่างเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งเห็นว่า ปัญหาที่ดินของราษฎรตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชาเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีรากฐานจากความไม่ชัดเจนของการปักปันเขตแดนและการอ้างสิทธิระหว่างสองประเทศจึงส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถถือครองที่ดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้เต็มที่ ทั้งที่อยู่อาศัยและทำกินมาเป็นเวลานาน และเมื่อเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดที่ผ่านมายิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ และหากมีการใช้มาตรการด้านความมั่นคง เช่น การปิดพื้นที่หรือจำกัดการเข้า –ออก จึงเป็นเหตุให้กระทบต่อวิถีชีวิต รายได้ และความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงก่อให้เกิดความกังวลต่อการรุกล้ำพื้นที่ของกลุ่มคนหรือทหารฝ่ายกัมพูชาด้วยส่วนหนึ่ง ดังนั้น ปัญหาดังกล่าวจึงสะท้อนความไม่สมดุลระหว่างการรักษาอธิปไตยของรัฐกับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมจึงควรมุ่งดำเนินการแบบบูรณาการ ได้แก่ การเร่งรัดการปักปันเขตแดนให้ชัดเจนภายใต้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ ควบคู่กับการกำหนดมาตรการผ่อนปรนการใช้พื้นที่ในเขตพิพาทในระยะเปลี่ยนผ่าน การพัฒนารูปแบบเอกสารสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่เหมาะสมกับบริบทชายแดน รวมทั้งการใช้มาตรการด้านความมั่นคงอย่างสมดุลและยืดหยุ่น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทั้งในมิติของรัฐและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังรับทราบความเป็นไปได้ข้อดีและข้อเสียของการสร้างรั้วชายแดนไทย - กัมพูชา รวมทั้งสถานการณ์ และภัยความมั่นคงในพื้นที่ โดยการสร้างรั้วชายแดนไทย – กัมพูชาเป็นมาตรการที่มีความเป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติ และสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมพื้นที่ ลดการลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมข้ามชาติได้ในระดับหนึ่ง ภายใต้บริบทที่พื้นที่ชายแดนยังเผชิญปัญหาเขตแดนบางส่วนที่ไม่ชัดเจน ความตึงเครียดเป็นระยะ และภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ เช่น เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการใช้เทคโนโลยีสื่อสารข้ามแดน
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขรากฐานของปัญหาเชิงโครงสร้างได้ ทั้งในมิติการปักปันเขตแดนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อีกทั้งอาจกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนชายแดนหากดำเนินการโดยไม่คำนึงถึงบริบทพื้นที่ ดังนั้น ในภาพรวมรั้วชายแดนควรถูกใช้เป็น “มาตรการเสริมด้านความมั่นคง” ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน และการจัดการปัญหาเชิงระบบ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล / ภาพ