19 เม.ย.69 - นพ.วีระพันธ์ ยืนยันข่าวยกเลิกสิทธิรักษาพยาบาลไม่เป็นความจริง ระบุเป็นข้อมูลเท็จจากเพจไม่น่าเชื่อถือ หวังสร้างความตื่นตระหนก พร้อมเดินหน้าพิจารณาดำเนินคดี และติดตามปัญหางบประมาณ สปสช.-โครงสร้างบริหารใกล้ชิด

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่า สว.เตรียมเสนอให้ยกเลิกสิทธิรักษาพยาบาลบัตรทอง 30 บาท โดยยืนยันว่าเป็นเฟคนิวส์และไม่มี สส. หรือ สว. คนใดเสนอให้ยกเลิกโครงการดังกล่าว โดยกระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการอภิปรายในรัฐสภา ระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในวันนั้นมีการอภิปรายเกี่ยวกับโครงสร้างของคณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงปัญหางบประมาณที่ไม่เพียงพอ และข้อสังเกตเกี่ยวกับความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ ตลอดจนโครงสร้างบอร์ดที่มีบุคคลกลุ่มเดิมดำรงตำแหน่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน

      นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีใครพูดถึงการยกเลิก 30 บาท เนื่องจากเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศ และไม่สามารถยกเลิกได้ แต่สิ่งที่มีการพูดถึงคือแนวทางปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพจที่เผยแพร่ข่าวดังกล่าวเป็นเพจที่ไม่น่าเชื่อถือ และเข้าข่ายเผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยลักษณะการเผยแพร่ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายเพจ อาจเป็นการดำเนินการในลักษณะขบวนการหรือไอโอ (IO) ที่มีเป้าหมายเพื่อดิสเครดิต สว. ซึ่งมีบทบาทตรวจสอบประเด็นด้านสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตนมองว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรนิติบัญญัติ แต่ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือการทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา ซึ่งอาจเข้าใจผิดและวิตกว่าจะสูญเสียสิทธิการรักษา

      ในส่วนของการดำเนินการต่อกรณีดังกล่าว นพ.วีระพันธ์  ระบุว่า สว.ได้มีการแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงตั้งแต่วันแรกที่พบข่าว และอยู่ระหว่างหารือถึงแนวทางดำเนินคดีทางกฎหมาย เนื่องจากเข้าข่ายนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม นอกจากนี้ นพ.วีระพันธ์ ยังกล่าวถึงประเด็นที่คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา กำลังติดตามหลังเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปัญหางบประมาณของ สปสช. ที่มีแนวโน้มไม่เพียงพอ โดยเฉพาะงบด้านนวัตกรรมที่ถูกใช้ไปแล้วจำนวนมาก เหลือระยะเวลาดำเนินการอีกครึ่งปีอีกทั้งยังมีประเด็นการโยกงบประมาณ ซึ่งมีรายงานว่าสูงถึงหลักหลายหมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในระบบบริการปฐมภูมิ สะท้อนถึงปัญหาการบริหารงบประมาณที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

      นพ.วีระพันธ์ ยังให้ข้อมูลกรณีเดียวกับที่ สส. พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตต่อมติของคณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณด้านการดูแลระยะยาว (Long Term Care: LTC) ไปยังหน่วยนวัตกรรม โดยเห็นว่าแนวทางดังกล่าวอาจไม่เหมาะสมและควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นการบริหารงบประมาณและการจัดสรรทรัพยากรให้เป็นไปอย่างเป็นธรรม

      อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากคณะกรรมการ สปสช. เข้าชี้แจงข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา แต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือในการเข้าชี้แจง ซึ่งส่งผลให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการทำความเข้าใจในเชิงโครงสร้างเกิดข้อจำกัด ทั้งนี้ การดำเนินการของคณะกรรมาธิการเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ มุ่งส่งเสริมความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และประสิทธิภาพของระบบหลักประกันสุขภาพ โดยไม่ได้มุ่งเน้นกระทบต่อบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ