การประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษานโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม วุฒิสภา ที่มี นายสุนทร เชาว์กิจค้า ประธานคณะอนุกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากฎหมายที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน)
โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้นำเสนอภารกิจหลักของหน่วยงาน ทั้งด้านการออกใบอนุญาต ตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์ ควบคุมการใช้คลื่นความถี่ และติดตามการรบกวนสัญญาณ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานและแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อควบคุมการจำหน่ายและการใช้งานโดรนให้เป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดบางประการ โดยเฉพาะขั้นตอนการขออนุญาตที่ค่อนข้างซับซ้อน ไม่รองรับครอบคลุมกับเทคโนโลยีโดรนที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว กสทช. จึงมีแนวทางในการปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น เช่น การเพิ่มย่านความถี่ใหม่ การกำหนดให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่จุดจำหน่าย การรองรับการบินนอกระยะสายตาภายใต้เงื่อนไขการขออนุญาต และการนำระบบ Remote ID มาใช้ เพื่อติดตามและระบุตัวตนผู้ใช้งาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการใช้งานโดรนที่มีจำนวนการอนุญาตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงพาณิชย์และการใช้งานทั่วไป
ด้าน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้เสนอให้เร่งพัฒนาระบบการจัดการจราจรทางอากาศสำหรับอากาศยานไร้นักบิน (UTM) ควบคู่กับการบริหารจราจรทางอากาศของอากาศยานที่มีนักบิน (ATM) เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้โดรน โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การจัดทำกรอบกฎหมายและกลไกกำกับดูแลแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การแบ่งประเภทอากาศยาน การขึ้นทะเบียน การอนุญาตการบิน การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย และการจัดการห้วงอากาศระดับต่ำ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและบริบทของประเทศไทย
ส่วนในเชิงกฎหมาย จำเป็นต้องกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลที่ชัดเจน แยกบทบาทระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการระบบ UTM และผู้ให้บริการข้อมูลกลาง (CIS) เพื่อให้เกิดเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และสามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้งจัดให้มีระบบข้อมูลกลางด้านการบินเป็นแหล่งข้อมูลเดียวที่ใช้ร่วมกัน และรองรับการบูรณาการข้อมูลระหว่างระบบ UTM กับ ATM ทั้งในด้านแผนการบิน การใช้ห้วงอากาศ และการติดตามอากาศยาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ห้วงอากาศร่วมกัน
ขณะเดียวกัน มีความจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบสื่อสารและควบคุม การจัดสรรคลื่นความถี่ จุดขึ้น-ลงอากาศยาน รวมถึงมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ควบคู่กับการกำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อรองรับผลกระทบด้านสังคม ความเป็นส่วนตัว สิ่งแวดล้อม และการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงมาตรการป้องกันและรับมืออากาศยานไร้นักบินที่ไม่พึงประสงค์
ทั้งนี้ การพัฒนาระบบ UTM จำเป็นต้องขับเคลื่อนอย่างบูรณาการทั้งด้านกฎหมาย มาตรฐาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมกำหนดบทบาทหน่วยงานที่ชัดเจนและเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบการบินเดิม เพื่อรองรับการเติบโตของอากาศยานไร้นักบินอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
ภายหลังการพิจารณา คณะอนุ กมธ. จะนําข้อมูลข้อคิดเห็นดังกล่าวเตรียมจัดทำรายงานสรุปผลการพิจารณาเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา และเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งกำหนดมาตรการแก้ไขกฎหมายที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาและควบคุมการใช้งานอากาศยานไร้นักบิน ให้มีความเหมาะสมตรงตามลักษณะที่ได้รับการอนุญาตต่อไป
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
อนุ กมธ.พิจารณาศึกษานโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานฯ วุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ