18 เม.ย.69 - ประธานวุฒิสภา นำคณะสมาชิกรัฐสภาเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ณ นครอิสตันบูล ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือพหุภาคี ย้ำบทบาทรัฐสภาในการสร้างสันติภาพ ความเป็นธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมสะท้อนศักยภาพยุวสมาชิกรัฐสภาไทยบนเวทีโลก

image

คณะผู้แทนรัฐสภาไทย นำโดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ และนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงนายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 152 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (The 152nd IPU Assembly and Related Meetings) ระหว่างวันที่ 15–19 เมษายน 2569 โดยเป็นการปฏิบัติภารกิจในวันที่สอง

 

นายมงคล พร้อมผู้แทนรัฐสภาไทย ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อินนา นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ และนายวีระพันธ์ สุวรรณามัย ได้เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีบริหารสหภาพรัฐสภา (Governing Council) สมัยที่ 217 ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบรายงานภารกิจของประธานสหภาพรัฐสภา รายงานกิจกรรมของสหภาพรัฐสภา สถานะทางการเงิน และให้การรับรองยุทธศาสตร์ของสหภาพรัฐสภาฉบับใหม่ พ.ศ. 2570–2574

 

ในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (Assembly) นายมงคลได้กล่าวถ้อยแถลงภายใต้หัวข้อ “การส่งเสริมความหวัง การเสริมสร้างความมั่นคงแห่งสันติภาพ และการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคนรุ่นอนาคต” โดยเน้นย้ำว่า ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) รัฐสภาต้องเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน ยึดหลักพหุภาคีนิยม สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรม เพื่อรับมือความท้าทายระดับโลก ทั้งนี้ แนวทางของประเทศไทยมุ่งสร้าง “ความยุติธรรมที่ครอบคลุม” ผ่านการปฏิรูปกฎหมายและระบบสวัสดิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและทักษะให้แก่เยาวชน ส่งเสริมบทบาทสตรีในรัฐสภา และบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เข้าสู่กระบวนการตรากฎหมาย พร้อมผลักดันกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รวมถึงสนับสนุนการกำกับดูแล AI ที่คุ้มครองสิทธิและเสริมสร้างประชาธิปไตย โดยรัฐสภาไทยมีศูนย์ข้อมูลกลางและการประยุกต์ใช้ AI เพื่อการให้บริการอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำหลักพหุภาคีนิยมและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 16 และการทูตรัฐสภาเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และความยุติธรรม

 

ด้านการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญว่าด้วยสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ (Standing Committee on Peace and Security) นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อร่างข้อมติเรื่อง “The role of parliaments in establishing robust post-conflict management mechanisms and restoring a just and lasting peace” โดยเน้นบทบาทเชิงรุกของรัฐสภาในการตรวจสอบงบประมาณและแผนสันติภาพให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการศึกษาและการดำรงชีวิตของผู้พลัดถิ่น พร้อมผลักดันความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เข้าถึงกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง และย้ำว่าสันติภาพที่ยั่งยืนต้องอาศัยสถาบันรัฐที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดช่องว่างระหว่างการช่วยเหลือฉุกเฉินกับการฟื้นฟูระยะยาว

 

ขณะที่การประชุมคณะกรรมาธิการสามัญว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (Standing Committee on Sustainable Development) นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ และนายวีระพันธ์ สุวรรณามัย เข้าร่วมประชุม โดยนายร่มธรรมได้อภิปรายต่อร่างข้อมติเรื่อง “Building a fair and sustainable global economy: The role of parliaments in combating protectionism, reducing tariffs and preventing corporate tax avoidance” โดยแสดงการสนับสนุนของไทยต่อการสร้างระบบเศรษฐกิจโลกที่เป็นธรรมและยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของระบบการค้าพหุภาคีตามกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) ในการลดความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุม ตลอดจนเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงนโยบายกีดกันทางการค้า ลดกำแพงภาษี และยกระดับความร่วมมือด้านความเป็นธรรมทางภาษี เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติภายใต้กรอบ OECD/G20 และสหประชาชาติ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลทางการเงิน

 

นอกจากนี้ คณะผู้แทนรัฐสภาไทยที่เป็นยุวสมาชิกรัฐสภา จำนวน 3 คน ได้แก่ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ และนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ได้เข้าร่วมการประชุมยุวสมาชิกรัฐสภา (Forum of Young Parliamentarians) โดยนายร่มธรรมได้นำเสนอความก้าวหน้าของไทยภายหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งมีสัดส่วนยุวสมาชิกรัฐสภาอายุต่ำกว่า 40 ปี ในสภาผู้แทนราษฎรถึงร้อยละ 32.4 สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ร้อยละ 19.2 รวมถึงสะท้อนบทบาทของรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ในคณะรัฐมนตรีที่พร้อมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความท้าทายของคนรุ่นใหม่

 

ทั้งนี้ นายชลธารยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมต่อร่างข้อมติด้านสันติภาพ โดยเน้นบทบาทของรัฐสภาในกระบวนการสันติภาพ ทั้งด้านนิติบัญญัติ การจัดสรรงบประมาณ และการตรวจสอบถ่วงดุล รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะสตรีและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและกำหนดทิศทางของประเทศอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

 

สำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ สผ. ข้อมูล/ภาพ

สำนักประชาสัมพันธ์ สผ. /ข้อมูล

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ