8 เม.ย. 69 - ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติด้านการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ มีข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและการเยียวยาผู้ประสบภัย ขณะสมาชิกอภิปรายต่อเนื่อง เสนอแนวทางแก้ไขทั้งระบบ

image

          นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและติดตามความคืบหน้าการชดเชย เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยได้ถ่ายทอดภาพความสูญเสียของประชาชนหลังน้ำลด ชี้ว่าปัญหาไม่ใช่ความเร็วเมื่อเทียบอดีต แต่คือมาตรฐานที่ประชาชนควรได้รับ พร้อมตั้งคำถามถึงศักยภาพรัฐในการบริหารสถานการณ์ที่เปลี่ยนทุกนาที

          ทั้งนี้ขอเสนอให้ตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง เชื่อมข้อมูลจากทุกกระทรวงและภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อใช้วางแผนช่วยเหลือระหว่างวิกฤต และเป็นฐานข้อมูลเยียวยาหลังเหตุ โดยไม่ให้ประชาชนต้องยื่นเอกสารซ้ำซ้อน พร้อมเรียกร้องมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น กระตุ้นท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน และวางโรดแมปบริหารจัดการน้ำระยะยาวให้ภาคธุรกิจมั่นใจลงทุนรอบใหม่

          นางสาวภคมน กล่าวอีกว่า ผู้ได้รับผลกระทบกว่าแสนครัวเรือน แต่ได้รับการช่วยเหลือเพียงครึ่งเดียว บางรายได้เพียง 240 บาท อีกทั้งมาตรการเพิ่มเพดานเยียวยาเป็น 88,500 บาทก็ไม่ครอบคลุมย้อนหลัง พร้อมเสนอให้จ่ายชดเชยตามความเสียหายจริง ขยายเพดานเป็น 100,000 บาท ใช้ Big Data เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อจ่ายเงินภายใน 30 วัน รวมถึงออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวและแก้ปัญหาหนี้สินของผู้ประกอบการ

          อย่างไรก็ตามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ได้เสนอแนะการวางแผน แนวทางการบริหารจัดการ การเตือนภัย และการเตรียมรับมือแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบอีก รวมถึงได้มีสอบถามการเยียวยาประชาชน ตลอดจนอภิปรายไปในทิศทางเดียวกันว่า รัฐมีข้อบกพร่องครบทั้ง 3 ระยะ คือ ก่อนเกิดเหตุขาดการเตรียมความพร้อม การพร่องน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำล่วงหน้า ขณะเกิดเหตุระบบบัญชาการไร้เอกภาพ เกิดความซ้ำซ้อน และหลังเกิดเหตุการเยียวยาทั้งจิตใจและเศรษฐกิจล่าช้า

          อีกทั้งยังมองว่ามีข้อสังเกต ซึ่งปัญหาไม่ใช่งบประมาณไม่พอ แต่คือการจัดการไม่เป็นระบบ ประเทศไทยเผชิญน้ำท่วมแทบทุกปี แต่กลับไม่มีฐานข้อมูลกลางภัยพิบัติที่ใช้ร่วมกัน ทำให้ทุกครั้งต้องเริ่มต้นใหม่ ทั้งที่ควรมีแผนที่ความเสี่ยง รายชื่อกลุ่มเปราะบาง เส้นทางอพยพ จุดปลอดภัย และทรัพยากรที่พร้อมใช้งานทันที

          นอกจากนี้ที่ประชุม ยังเสนอให้มีการซักซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติเป็นประจำ ลดความโกลาหลเมื่อเกิดเหตุจริง และให้รัฐบาลมองอุทกภัยเป็น ความเสี่ยงเชิงระบบของประเทศ ที่ต้องมีแผนระดับชาติรองรับอย่างจริงจัง อาทิ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำป่าไหล่หลาก เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ท่วมขังนาน ไม่น้อยกว่า 1 เดือน ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะลงพื้นที่ศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืน พร้อมทั้งก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่ม เพื่อให้เพียงพอต่อการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และไว้ใช้ในการชะลอน้ำหลากในช่วงฤดูฝน อีกทั้ง ต้องเร่งขุดลอกคลองระบายน้ำตลอดแนวของแม่น้ำควบคู่กันด้วย นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ควรจัดทำระบบฐานข้อมูลการเตือนภัยที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐทุกหน่วยงานไว้ด้วยกัน เพื่อให้การแจ้งเตือนภัยเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าเดิม

          อย่างไรก็ตาม การอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังดำเนินต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เสนอแนวทางในทิศทางเดียวกัน ทั้งการวางระบบบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาระบบเตือนภัย และการปรับปรุงมาตรการเยียวยาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาญัตติดังกล่าว โดยมีข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะต้องรอผลการพิจารณาของที่ประชุมต่อไป

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ