7 เม.ย. 69 - สว.มาเรีย ขอกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เร่งประสาน อบจ.-เทศบาล-อบต. ใช้งบบริหารท้องถิ่นรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรในพื้นที่ หวังพยุงราคาและบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมเสนอนำนมที่รับซื้อส่งต่อสู่โรงเรียนในสังกัดและกลุ่มเปราะบาง สร้างประโยชน์ครบวงจร

image

        นางสาวมาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึง ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ว่า ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานกว่า 2-3 ปี จนปรากฏภาพเกษตรกรบางรายต้องนำน้ำนมมาเททิ้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจและอาชีพอย่างมาก แม้ว่าการแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ยั่งยืน อาทิ การวางระบบโควตาการรับซื้อน้ำนมดิบใหม่ หรือ การประกันราคาโดยกำหนดราคากลางที่เท่าเทียมกัน จะต้องรออำนาจการตัดสินใจจากรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แต่ในปัจจุบันยังคงมีน้ำนมดิบที่ค้างอยู่ในสต็อกและใกล้จะหมดอายุจำนวนมากที่ต้องการการบริหารจัดการอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ที่ผ่านมาองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) ได้เข้ามาช่วยรับซื้อน้ำนมเกินโควตาตามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง อสค.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพยุงราคาให้เกษตรกรไปบ้างแล้ว แต่ปัญหายังคงไม่หมดไป

         ดังนั้น ตนจึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด โดยเสนอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พิจารณาใช้งบประมาณที่บริหารจัดการได้เอง ไม่ว่าจะเป็นงบกลาง งบโอนเปลี่ยนแปลงโครงการ หรือเงินสะสม เพื่อรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยเริ่มจากจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมจำนวนมากและมีศูนย์กระจายนมหรือสหกรณ์รองรับอยู่แล้ว เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง หากแต่ละ อบจ. สนับสนุนปีละประมาณ 3 ล้านบาท ก็จะสามารถรับซื้อนมและพยุงราคาได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยนมที่รับซื้อมายังสามารถส่งต่อให้โรงเรียนในสังกัดหรือกลุ่มเปราะบางที่ต้องการบริโภคนมเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเร่งประสานหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศพิจารณาแนวทางดังกล่าว เพื่อร่วมกันช่วยเหลือเกษตรกรให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ