12 เม.ย.69 - กมธ.การศึกษาฯ วุฒิสภา เสนอผลักดันงานวิจัยไทยเป็นวาระแห่งชาติ ชู เกษตร - อาหาร - การแพทย์ นำร่อง พร้อมแยกทุนวิจัย - ทุนพัฒนา หวังต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน

image

             การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ที่มีนายกมล รอดคล้าย ประธาน เป็นประธานในการประชุม ได้พิจารณาศึกษาเรื่อง การส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัย การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสมาคมวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (AITP)
            ที่ประชุมได้พิจารณาภาพรวมนโยบายและกลไกขับเคลื่อนการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ทิศทางการพัฒนาประเทศ อาทิ การใช้กลไกกฎหมาย อาทิ พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2564 เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดด้านความเป็นเจ้าของผลงานวิจัย รวมถึงการสร้างระบบบริหารจัดการผ่านหน่วยบริหารและจัดการทุน ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับการพิสูจน์แนวคิด จนถึงการขยายผลสู่ตลาดสากล
            นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อสร้างตลาดรองรับนวัตกรรมไทย การจัดทำโครงการนำร่องร่วมกับภาคอุตสาหกรรม การลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบและมาตรฐาน และการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการกระตุ้นการวิเคราะห์และค้นหางานวิจัย เพื่อจับคู่กับภาคอุตสาหกรรมผ่านกิจกรรมเส้นทางสู่ตลาดนวัตวณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการคัดเลือกผลงานวิจัยมาจัดทำแผนธุรกิจ
          ภายหลังการพิจารณา กมธ. ได้มีข้อเสนอแนะว่า ควรกำหนดวาระแห่งชาติที่ชัดเจนในด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นสาขาที่ประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง อาทิ เกษตร อาหาร และการแพทย์ พร้อมแยกสัดส่วน "ทุนวิจัย" และ "ทุนพัฒนา" เพื่อให้งานวิจัยก้าวพ้นจากห้องปฏิบัติการสู่การผลิตจริงได้ รวมถึงส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย และบูรณาการกับหน่วยงานรับรองอย่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบตั้งแต่ต้น
            ด้านบุคลากร เห็นควรยกระดับมาตรฐานวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้ครอบคลุมทั้งด้านการคุ้มครองสิทธิ์และการใช้ประโยชน์ จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมใน 4 ภูมิภาค และผลักดันเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ชัดเจน เพื่อดึงดูดบุคลากรสมรรถนะสูงมาขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ พร้อมทั้งสร้างค่านิยมการใช้สินค้านวัตกรรมไทยควบคู่กับการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้กลับสู่ประเทศอย่างยั่งยืน


อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
กมธ.การศึกษาฯ วุฒิสภา ข้อมูล/แฟ้มภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ