23 มี.ค. 69 - อนุ กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การส่งออกทุเรียนและมังคุดในปี 2569 ณ จังหวัดจันทบุรี มองไทยต้องเร่งชูจุดเด่นเรื่องเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์

image

          คณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์และเศรษฐกิจดิจิทัล ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดยนายเอกชัย เรืองรัตน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการฯ ได้เดินทางเยี่ยมชมร้าน Tree House Durian Café โดยมีนายชูเกียรติ อุเทน ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำทุเรียนเกรดพรีเมียมมาผสมผสานกับขนมและเครื่องดื่มได้อย่างลงตัว เช่น บิงซูทุเรียน เค้กทุเรียนสด หรือกาแฟทุเรียน ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยการใช้เนื้อทุเรียนสด ๆ จากสวนคุณภาพ ไม่ใช้สารแต่งกลิ่นเลียนแบบ เพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริง ทั้งนี้ การนำทุเรียนมาทำเป็นขนมและเครื่องดื่มยังช่วยลดข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล ทำให้ร้านสามารถขายทุเรียนได้ตลอดทั้งปี
          จากนั้น ได้เดินทางเข้าร่วมงานการจัดประชุม “แบรนด์ทุเรียนเอเชียสู่จีน 2026 (Asia Durian China Market Congress)” จัดโดย Fresh Asia Fruit Congress เครือข่ายอุตสาหกรรมทุเรียน และสมาคมทุเรียนไทย ซึ่งการประชุมนี้จัดโดย Fresh Asia Fruit Congress ร่วมกับเครือข่ายอุตสาหกรรมทุเรียน และสมาคมทุเรียนไทย เพื่อวิเคราะห์ทิศทางตลาดทุเรียนในประเทศจีนปี 2026 โดยสืบเนื่องจากความต้องการทุเรียนในจีนขยายตัวสู่หัวเมืองรองมากขึ้น และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ "มาตรฐาน ความปลอดภัย" และ "ความสม่ำเสมอของรสชาติ" เป็นอันดับหนึ่ง ทั้งนี้ การรุกตลาดของทุเรียนสดจากเวียดนามและทุเรียนแช่แข็งจากมาเลเซีย ซึ่งไทยต้องเร่งชูจุดเด่นเรื่องเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทุนจีนขนาดใหญ่ลงมาจับคู่ธุรกิจ (Matching) โดยตรงกับสวน/ผู้ประกอบการไทย อีกทั้งการจัดงานครั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ทุเรียนไทยมีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับมากกว่าการส่งออกวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว และจากการรับฟังข้อมูลการประชุมดังกล่าวพบว่า ประชากรจีนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงทุเรียนไทย แม้ความต้องการจะสูงมาก โดยคาดว่าผู้บริโภคชาวจีนที่รับประทานทุเรียนมีเพียงร้อยละ 10-20 เท่านั้น ทำให้ตลาดจีนยังมีโอกาสเติบโตอีกมากสำหรับทุเรียนไทย แต่ต้องรักษามาตรฐานคุณภาพเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งต่อไป
          นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้เดินทางเยี่ยมชมสวนทุเรียนลุงเล็ก และแผงเจริญนานฟรุต ซึ่งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานผลไม้ครบวงจร พร้อมร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยกระดับผลไม้ไทยสู่เกรดพรีเมียม มุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและการแข่งขันเสรี ซึ่งถือเป็นโมเดลความสำเร็จของการเกษตรสมัยใหม่ที่ควบรวมบทบาท "ผู้ผลิตคุณภาพ" และ "ผู้รวบรวมเพื่อการส่งออก" ไว้ในที่เดียว โดยเน้นการบริหารจัดการคุณภาพตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งผลให้สามารถส่งออกผลไม้ตรงสู่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางหลายทอด
          โดยจากการลงพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรี ประเด็นเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มาตรการทางการค้าเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเกษตรกรได้เสนอให้คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาและช่วยแก้ไขปัญหาที่สำคัญหลายประการ เช่น การบริหารจัดการโลจิสติกส์เพื่อรักษาคุณภาพ การลดระยะเวลาการตรวจสอบและการขนส่ง เพื่อรักษาคุณภาพของผลไม้ การตรวจสอบสาร FY2 และสารแคดเมียม ตั้งแต่ระดับ "สวน" หรือ "ต้น" แทนการสุ่มตรวจหน้าด่านก่อนส่งออก ซึ่งถือเป็นการรับรองระบบ โดยใช้มาตรฐาน GAP และ GMP เป็นฐาน และเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจรับรองจากแหล่งผลิตมากยิ่งขึ้น
          ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอแนะทั้งหมด เพื่อนำไปศึกษาและจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลต่อไป เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืนสำหรับเกษตรกรไทย

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล / ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ