นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสำนักการประชุม เพื่อรองรับการปฏิบัติหน้าที่ในการสนับสนุนกระบวนการนิติบัญญัติ ซึ่งจัดโดยสำนักการประชุม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายนาถะ ดวงวิชัย ผู้อำนวยการสำนักการประชุม กล่าวรายงาน พร้อมด้วยรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และบุคลากรสำนักการประชุม เข้าร่วมในพิธี
นายศิโรจน์ กล่าวว่าภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณารับรองผลการเลือกตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะนำไปสู่การมีสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ชุดที่ 27 ภายในกรอบเวลาไม่เกิน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง สำนักการประชุม ในฐานะฝ่ายเลขานุการที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการประชุมให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ ความแม่นยำในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ความเชี่ยวชาญในธรรมเนียมปฏิบัติ ตลอดจนความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จึงย้ำว่าการทำงานของสำนักการประชุมต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทุกคน ไม่สามารถขับเคลื่อนภารกิจได้เพียงลำพัง
นายศิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นไปตามแนวนโยบายของรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่กำกับดูแลสำนักการประชุม ซึ่งเห็นความจำเป็นในการทบทวนภารกิจ หลังพบว่าการปฏิบัติงานบางประเด็นยังไม่เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมาการทำหน้าที่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมกันของรัฐสภา แม้จะมีสถานการณ์ที่ไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นบ้างแต่สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยไม่ใช่ความผิดพลาดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากการขาดการหารือและทำความเข้าใจร่วมกันอย่างจริงจัง ดังนั้นในการสัมมนาครั้งนี้จึงมุ่งหวังให้มีการถอดบทเรียนในแต่ละกลุ่มงานเพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขให้ชัดเจน และไม่ว่าการเมืองจะมีความเข้มข้นเพียงใด จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการทำงานทุกด้าน เพื่อให้การประชุมสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง