12 ก.พ. 69 - สว.เทวฤทธิ์ ชี้ดุลอำนาจรัฐสภาเอื้อฝ่ายรัฐบาลและ สว. เสียงข้างมาก เสี่ยงได้รัฐธรรมนูญใหม่ในกรอบอนุรักษ์นิยม กังวลสูตรเลือกผู้ร่างแบบ “20 หยิบ 1” อาจขาดความหลากหลาย นำไปสู่ทางตัน

image

          นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ในรายการทันข่าววุฒิสภา ภายหลังประชามติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านความเห็นชอบ และหลังการเลือกตั้งที่ทำให้เห็นโฉมหน้ารัฐสภาชุดใหม่ โดยระบุว่า รัฐสภาจะเป็นกลไกสำคัญในการออกแบบวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้สถานการณ์ที่ดุลอำนาจในรัฐสภาเอื้อฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภาเสียงข้างมาก ซึ่งอาจทำให้รัฐธรรมนูญใหม่ยังอยู่ในกรอบอนุรักษ์นิยม และไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง
          นายเทวฤทธิ์ ชี้ว่า แม้ประชาชนจะมอบใบอนุญาต ผ่านประชามติให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว แต่กลไกที่กำหนดทิศทางจริงคือรัฐสภา โดยปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรประมาณ 200 เสียง เมื่อรวมกับวุฒิสภาเสียงส่วนใหญ่ที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันอีกราว 160 เสียง ทำให้มีเสียงรวมกันประมาณ 350–360 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และสามารถกำหนดกติกาการร่างรัฐธรรมนูญได้
             ทั้งนี้ นายเทวฤทธิ์ ได้แสดงความกังวลต่อสูตรการได้มาซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แบบ 20 หยิบ 1 ซึ่งค้างอยู่ในวาระ 2 ก่อนการยุบสภาฯ โดยระบุว่า แม้สูตรดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อป้องกันเสียงข้างมากกินรวบ แต่ด้วยสมการทางการเมืองปัจจุบัน อาจทำให้ฝ่ายเสียงข้างมากเลือกผู้ร่างได้ถึง 18 จาก 35 คน ส่งผลให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ มีความเป็นเอกภาพสูงและอาจสะท้อนมุมมองฝ่ายการเมืองมากกว่าความต้องการปฏิรูปของประชาชน
           นอกจากนี้ นายเทวฤทธิ์ ยังเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากผู้มีอำนาจใช้เสียงข้างมากผลักดันร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่สร้างความไว้วางใจจากประชาชน ซึ่งอาจทำให้ร่างไม่ผ่านประชามติสุดท้าย และประเทศต้องกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ต่อไป พร้อมเสนอว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญควรประนีประนอมและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ควรเป็นแนวคิดแบบผู้ชนะได้ทุกอย่าง โดยเรียกร้องให้ผู้ถือดุลอำนาจยอมถอย เปิดช่องให้ประชาชนมีบทบาทในการเลือกหรือคัดกรองผู้ร่างรัฐธรรมนูญ และเปิดกระบวนการมีส่วนร่วมของสังคมให้มากที่สุด เพื่อสร้างความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
          นายเทวฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า วิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในวาระ 2 รวมถึงสูตร 20 หยิบ 1 และเงื่อนไขให้ร่างต้องผ่านเสียงวุฒิสภา 1 ใน 3 ก่อนทำประชามติ ควรถูกนำมาทบทวนใหม่ ไม่ว่าจะเดินหน้าร่างเดิมหรือเสนอร่างใหม่ก็ตาม พร้อมย้ำว่าภารกิจของประชาชนยังไม่จบที่การลงประชามติ แต่ต้องติดตามและกดดันผู้แทนของตนให้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่เช่นนั้นเสียงของประชาชนอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ