12 ก.พ. 69 - กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ติดตามความคืบหน้าเยียวยาเหยื่อเครนถล่ม “พระราม 2-ลำตะคอง” ได้แน่ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมจับมือสภาทนายความจัดทนายอาสาสู้คดี เร่งเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยภาครัฐ เพื่อความมั่นคงในชีวิตประชาชน

image

          คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา นำโดย นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน รองโฆษกคณะกรรมาธิการฯ แถลงผลการประชุมคณะกมธ. เพื่อพิจารณาติดตามความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูง (ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว) และโครงการทางยกระดับสายเอกชัย-บ้านแพ้ว (M82) บนถนนพระราม 2 เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาว่า ผู้เสียชีวิตในทั้ง 2 กรณีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านสำนักพระราชวัง พระราชทานเงินเยียวยาเรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนทดแทน ประกันสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของบริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด (มหาชน) ได้จ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นรายละ 150,000 บาท ขณะที่กระทรวงยุติธรรมอยู่ระหว่างเร่งรัดการเยียวยาตามกฎหมายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28  ก.พ. นี้ โดยครอบคลุมถึงผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวต่างชาติ ทั้งชาวเยอรมันและเกาหลีด้วย
          ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย กมธ.มีมติประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดรวม 17 จังหวัด ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทายาท ให้จัดหาทนายอาสา โดยประสานสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และยุติธรรมจังหวัด เพื่อดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
          นอกจากนี้ ในแง่ของการอำนวยความสะดวกด้านคดี ได้เห็นชอบให้ร้องขอต่อศาลให้มีการพิจารณาคดีออนไลน์จากภูมิลำเนาของทายาท และให้ทางจังหวัดสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านธุรการและการเดินทางของทนายอาสา รวมทั้งมอบหมายให้นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เร่งสนับสนุนกระทรวงยุติธรรมในการสืบสิทธิทายาทโดยธรรมให้ถูกต้องรวดเร็ว
          ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริงและความบกพร่องทางวิศวกรรม กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงความบกพร่องทางวิศวกรรม กระบวนการควบคุมงาน และความประมาทเลินเล่อของบุคคลหรือองค์กร โดยคาดว่าจะสรุปผลได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป พร้อมย้ำว่า ปัญหาอุบัติเหตุซ้ำซากอาจมีส่วนสัมพันธ์กับระบบการจัดซื้อจัดจ้างและการกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม จึงได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาเป็นวิทยากรในการสัมมนาหัวข้อปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าเป็นผลจากระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาผู้ประกอบการทิ้งงาน ในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 นี้ เพื่อหาแนวทางป้องกันในระยะยาว 
          นางสาวภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และยืนยันว่าจะติดตามการบริหารงบประมาณและการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม และมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการภาครัฐจะต้องได้รับการยกระดับเพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ขึ้นอีก

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ