8 ก.พ. 69 – นักวิชาการรัฐศาสตร์ วิเคราะห์ภาพรวมการเลือกตั้งภาคใต้ พบประชาชนตื่นตัวสูงเป็นประวัติการณ์ คนรุ่นใหม่และ First Voter เพิ่มแรงสั่นสะเทือนการเมือง โดยเฉพาะภูเก็ต สะท้อนความต้องการกระจายอำนาจ ขณะเดียวกันมองระบบอุปถัมภ์และบ้านใหญ่ยังฝังรากลึกในหลายพื้นที่

image

        รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ในรายการพิเศษ เลือกตั้ง 69 ร่วมเปลี่ยนประเทศไทย ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของ TP Channel โดยกล่าวถึงบรรยากาศการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ว่า ประชาชนมีความตื่นตัวสูงมากเป็นประวัติการณ์ หลายพื้นที่ออกมารอลงคะแนนตั้งแต่ช่วงเช้า จากการสอบถามพบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเตรียมตัวมาอย่างดี มีความเข้าใจทั้งระบบบัตรเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบเหตุรุนแรงที่มุ่งขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง ถือเป็นสัญญาณบวกต่อพัฒนาการประชาธิปไตยไทย

        รศ.เอกรินทร์ ยังตอบข้อซักถามของผู้จัดรายการหากวิเคราะห์โครงสร้างการเมืองภาคใต้ โดยแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ ตามลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์ คือ ฝั่งอ่าวไทย อันดามัน และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  รวมถึงประเด็นที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. กลุ่มคนรุ่นใหม่จะต้องปะทะฐานเสียงในหลายเขตเลือกตั้ง ว่าโซนฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขตเมืองใหญ่ที่ปัญหาท้องถิ่น เช่น น้ำท่วม มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน โซนอันดามัน ตั้งแต่ระนองถึงภูเก็ต เป็นพื้นที่ที่กระแสพรรคการเมืองมีอิทธิพลสูง โดยเฉพาะปรากฏการณ์ภูเก็ต ที่พรรคก้าวไกลเคยชนะยกจังหวัดในการเลือกตั้งปี 2566 สะท้อนความต้องการรัฐบาลที่เน้นการกระจายอำนาจและตอบโจทย์เศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และโซน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) สูงที่สุดในประเทศ โดยในพื้นที่นี้การตัดสินใจเลือกตั้งยังคงให้ความสำคัญกับตัวบุคคลมากกว่ากระแสพรรค

        สำหรับจังหวัดภูเก็ต รศ.เอกรินทร์ มองว่าเป็นพื้นที่พิเศษทางการเมือง เนื่องจากมีอัตราผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ ประชาชนมองว่าภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และจ่ายภาษีให้รัฐในระดับต้น ๆ จึงต้องการการเปลี่ยนแปลงที่เท่าทันโลกาภิวัตน์ และรัฐบาลที่จริงจังกับการกระจายอำนาจ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการจ้างงานที่สูง รศ.เอกรินทร์ ยังชี้ว่า วัฒนธรรมทางการเมืองของคนใต้คือการเป็นพลเมืองตื่นรู้ มีการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างเข้มข้นตามร้านน้ำชาและสภากาแฟ ทำให้นักการเมืองในพื้นที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น พบว่าระบบอุปถัมภ์และบ้านใหญ่ยังคงมีความเหนียวแน่นสูง แม้ประชาชนจะตื่นตัว แต่ผลลัพธ์ทางการเมืองในหลายพื้นที่ยังถูกกำหนดโดยกลุ่มผู้มีทรัพยากรและเครือข่ายอำนาจที่สามารถปรับตัวหรือย้ายพรรคเพื่อรักษาฐานเสียงได้

        ในช่วงท้ายของรายการ รศ.เอกรินทร์ คาดการณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ไม่ต้องพึ่งการประชาสัมพันธ์เชิงรุกจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการทำงานขององค์กรจัดการเลือกตั้งยังถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พร้อมย้ำว่าประเทศไทยต้องการระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เคารพเจตจำนงของประชาชน และไม่ใช้การตีความกฎหมายเกินขอบเขตจนบั่นทอนศรัทธาต่อระบบ เพราะหากการเมืองดี ประเทศจะสามารถหลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้งและการรัฐประหารซ้ำซากได้ในระยะยาว

ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ