นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เลขาธิการ กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. พลตำรวจโท อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายมังกร ปทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดภารกิจคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว ทั้งในประเทศและนอกราชอาณาจักร ณ ศูนย์ปฏิบัติการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) โดยมีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วย นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และ นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง ร่วมสังเกตการณ์
เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงภาพรวมการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่า ทุกฝ่ายได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการลงคะแนนที่ประชาชนยังมีข้อสงสัยได้ให้ กกต. ประจำจังหวัดทั่วประเทศรายงานเหตุการณ์ผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าว เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงมาตรวจสอบ ส่วนข้อสงสัยว่าคะแนนที่ลงไปจะไปถึงเขตเลือกตั้งหรือไม่นั้น ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกซองจะถูกส่งไปถึงเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขตอย่างแน่นอน
เลขาธิการ กกต. กล่าวเพิ่มเติมว่า งานธุรการอาจมีความผิดพลาดได้บ้าง แต่เจตจำนงของประชาชนจะไม่ผิดพลาด โดย กกต. ได้ออกแบบระบบการลงคะแนนและการขนส่งบัตรเลือกตั้งโดยใช้คน และระบบตรวจสอบ เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงไปถึงเขตเลือกตั้งปลายทางและสามารถนับคะแนนได้ทันในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ นี้
ด้าน ว่าที่ร้อยตรีภาสกร รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีข้อผิดพลาดเรื่องการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งว่า ในวันลงคะแนนเลือดตั้งล่วงหน้า ผู้มีสิทธิจะได้รับซองบัตรที่ระบุจังหวัด เขตเลือกตั้ง และรหัสเขต พร้อมย้ำว่าไม่ใช่รหัสไปรษณีย์ ซึ่งหากผู้ใช้สิทธิ์พบว่าไม่ตรงกับเขตของตนเองสามารถแจ้งให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแก้ไขได้ ซึ่งในแต่ละหน่วยเลือกตั้งมีหลายจังหวัดอาจมีความผิดพลาดได้
ทั้งนี้ หากหน้าซองไม่ตรงกับเขตเลือกตั้งที่ตนเองใช้สิทธิ์สามารถตรวจสอบได้ว่าเขตไหนรหัสอะไร สุดท้ายกรรมการประจำหน่วยจะต้องเอากล่องบรรจุบัตรนำขึ้นตรวจสอบอีกครั้ง ว่ากรอกเขต กรอกรหัส กรอกจังหวัดครบหรือไม่และตรงกันหรือไม่ จากนั้นไปรษณีย์ไทยก็จะนำมารวมที่นี่ศูนย์คัดแยกที่ศูนย์ไปรษณีย์ เพื่อดำเนินการ คัดแยก ดังนั้นขั้นตอนนี้จะมีกกต. และบริษัทไปรษณีย์ ร่วมกันกรองอีกครั้งหนึ่ง และหากมีความผิดพลาดที่หลุดรอดมาถึงขั้นตอนนี้ก็จะมีทีมตรวจสอบอีก
ครั้ง และหลังจากนี้เป็นต้นไป
ขณะที่ พันตำรวจเอก ยุทธศิลป์ การินทร์ ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ศูนย์คัดแยกบัตรเลือกตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ทุ่งสองห้อง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดกำลังตำรวจ 2 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยในหน่วยคัดแยกบัตรเลือกตั้ง ตลอด 24 ชั่วโมง และแบ่งเป็นผลัด เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งภารกิจหลักคือดูแลบัตรเลือกตั้ง สถานที่ ตลอดจนบุคลากร เจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน
ด้านอธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยว่า กรมการกงสุล ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในประเทศ และติดตามการดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ทั้ง 95 แห่งทั่วโลก แบบ Real-time ผ่านระบบเฝ้าติดตามการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่ขั้นตอนแรก จนถึงขั้นตอนสำคัญ คือ การขนส่งบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนแล้วส่งกลับมาประเทศไทย
ซึ่งล่าสุดการขนส่งบัตรเลือกตั้งจากต่างประเทศกลับมายังประเทศไทยดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วร้อยละ 95 ส่วนที่เหลือคือสถานเอกอัครราชทูตอีก 5 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่มีสายการบินตรงมายังประเทศไทย เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ และจากสถานะในระบบ ล่าสุดคาดว่าบัตรเลือกตั้งที่จะเข้ามาเป็นเที่ยวบินสุดท้ายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ คือ จาก เยอรมนี โดยยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งทั้ง 100% จะถูกนำส่งกลับมาคัดแยกที่ประเทศไทย และสามารถส่งไปยังเขตเลือกตั้ง 400 เขตได้ทันภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์
ขณะที่ ดร.ดนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย มีภารกิจในการดำเนินการขนส่งบัตรเลือกตั้ง ที่จะนับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ โดยจะดำเนินการส่งไปครบทุกหน่วยเลือกตั้งทั้ง 400 เขต และในส่วนของบัตรเลือกตั้งที่ส่งเข้ามาจากการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ก็ได้มีการส่งเข้ามาที่ศูนย์คัดแยกตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม แล้ว และจะมีการทยอยส่งเข้ามาจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยดี
ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีไปแล้ว ภายหลังการปิดหีบ ทางไปรษณีย์ไทยได้ดำเนินการลำเลียงบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วจากทั่วประเทศ เข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการคัดแยกตามแผนที่วางไว้ร่วมกับกกต. โดยพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ได้ส่งกลับมาที่ศูนย์คักแยกแล้วในช่วงค่ำของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ขั้นตอนการคัดแยกก็จะมีการตรวจดูแลความเรียบร้อยและ รักษาความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบัตรเลือกตั้งจะถูกคัดแยกและส่งออกไปยังเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ทั้ง 400 เขต โดยมีเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ กว่า 3,000 คน ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และมีการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน โดยหลังจากการคัดแยกบัตรเลือกตั้ง จะมีการตรวจสอบคุณภาพว่ามีความผิดพลาดหรือไม่ หากพบปัญหาก็จะนำมาวินิจฉัยโดยมีเจ้าหน้าที่จากกกต.เพื่อให้การนำส่งบัตรเลือกตั้งมีความถูกต้องและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ส่วนความพร้อมของบุคลากรและการปฏิบัติ ก็จะใช้รถขนส่งเฉพาะกิจไม่น้อยกว่า 600 คัน เพื่อกระจายบัตรเลือกตั้งไปยังที่ต่างๆตามเขตเลือกตั้งให้เรียบร้อย และให้ทันเวลาในการนับคะแนนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยรถทุกคันจะมีการติดระบบติดตามกระบวนการขนส่งทั้งหมดตลอด 24ชั่วโมง ซึ่งสามารถดูได้จากห้องควบคุม ซึ่งมีการรักษาระบบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด รวมถึงการสแกนใบหน้าเจ้าหน้าที่และห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าในพื้นที่คัดแยก
จากนั้น กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินชมศูนย์คัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ปิด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน โดยมีการแยกบัตรเลือกตั้งในราชอาณาจักร และนอกราชอาณาจักรจะอยู่คนละฝั่งกัน
ส่วนขั้นตอนการคัดแยก เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรหัสของ จังหวัดก่อน จากนั้นมาตรวจสอบรหัสของเขตการเลือกตั้ง ก่อนจะนำบัตรไปใส่ในช่องของแต่ละเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต และมีระบบ QC ทำการตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง เพื่อไม่ให้บัตรพลัดหลงไปที่เขตอื่น โดยระบบQC จะเริ่มต้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ และจะเสร็จสิ้นในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เช่นเดียวกับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่จะเดินทางมาถึงที่ศูนย์คัดแยกในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ กกต. ร่วมกับทางไปรษณีย์ และกรมการกงสุลจะเป็นสักขีพยานเปิดถุงเมล์ทูต เพื่อทำการคัดแยกไปยังหน่วยการเลือกตั้ง 400 เขตเช่นกัน
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง