นางสาวภาวนา ว่องอมรนิธิ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา กล่าวในรายการทันข่าววุฒิสภา ถึงภาพรวมการท่องเที่ยวไทยปี พ.ศ. 2568 และคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในปี พ.ศ. 2569 ว่าภาพรวมการท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2568 ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะเป็นปี Thailand Grand Tourism & Sports Year ซึ่งตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน แต่ต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งปัญหาน้ำท่วม เหตุอาคารถล่ม สถานการณ์สงคราม และภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเป้า สำหรับปัจจัยส่งเสริมการท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2568 ไทยวางจุดขายด้านอาหารไทย วัฒนธรรมและประเพณี วิถีชีวิตชุมชน แหล่งท่องเที่ยว Unseen การช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมผจญภัยและกีฬา เช่น มาราธอน แข่งเรือ ปั่นจักรยาน มวยไทย และปีนเขา อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นการท่องเที่ยวยังไม่ประสบผลตามที่คาดหวัง ส่วนในด้านโครงสร้างการท่องเที่ยว นางสาวภาวนาระบุว่า นักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลนิยมเดินทางเป็นกลุ่มย่อย เดินทางด้วยตนเองหรือเป็นครอบครัวมากขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ลดลง ไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัว โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ การเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างอำเภอและจังหวัด รวมถึงการส่งเสริมระบบเช่ารถ - คืนรถข้ามจังหวัด และระบบแท็กซี่ที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ ได้ พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก
นางสาวภาวนา กล่าวต่อไปถึงทิศทางการท่องเที่ยวไทยในอนาคต ควรเน้นปริมาณหรือคุณภาพ ทั้งนี้มองว่าประเทศไทยควรเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายสูง เคารพกฎระเบียบ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น สำหรับการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในอนาคต มองว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะมีบทบาทสำคัญ ทั้งการนวดแผนไทย สมุนไพรไทย สปา การพักผ่อนเพื่อสุขภาพ รวมถึงการตรวจสุขภาพและการรักษาพยาบาล เนื่องจากประเทศไทยมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ด้านความยั่งยืน นางสาวภาวนาระบุว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและเมืองรอง จะช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว แตกต่างจากการจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูงแต่ให้ผลเพียงระยะสั้น ส่วนความเสี่ยงในปี พ.ศ. 2569 ที่ต้องจับตา ได้แก่ สถานการณ์สงครามในภูมิภาค ปัญหาอุทกภัย ภาวะเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวขณะที่การแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน มองว่าค่าเงินบาทที่แข็งตัวเป็นอุปสรรคสำคัญ และควรมีมาตรการดูแล พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงรุก ชูจุดขายให้ชัดเจน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง อย่างไรก็ตามบทเรียนสำคัญจากปี พ.ศ. 2568 ที่ควรนำมาปรับใช้ในปีนี้ คือการเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหลายพื้นที่ รวมถึงการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนอย่างมีนัยสำคัญ
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง
เพจเฟซบุ๊กวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ (แฟ้มภาพ)