30 พ.ย. 68 – สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับเดิม ยกระดับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญให้สอดรับมาตรฐานสากล เพิ่มการเข้าถึงข้อมูลของสาธารณะผ่านรูปแบบดิจิทัล ป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

 

image

             สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ฉบับที่ ..)พ.ศ. .... เสนอโดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมคณะ โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เพื่อปรับปรุงระบบการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้มีความทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ มุ่งยกระดับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ตามที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กำหนด รวมถึงบัญชีของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้สามารถเปิดเผยในรูปแบบดิจิทัลที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถอ่าน ประมวลผล ทำซ้ำ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้
ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญในการเสนอแก้ไขกฎหมาย เนื่องจากการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมายเดิมยังมีข้อจำกัดทั้งด้านระยะเวลาการเปิดเผย และรูปแบบการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน ทำให้การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบของสาธารณะยังไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพ ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้จึงกำหนดให้มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง และต่อเนื่องอีก 1 ปีหลังพ้นจากตำแหน่ง เพื่อเสริมความเข้มแข็งของระบบตรวจสอบถ่วงดุล นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการระบุหมายเหตุในกรณีข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของข้อมูล ซึ่งอาจต้องมีการลบ ตัดทอน หรือไม่เปิดเผยบางส่วน พร้อมเปิดเผยเหตุผลประกอบอย่างโปร่งใส เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคลกับประโยชน์สาธารณะ

           สำหรับประเด็นที่เปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น อาทิ ความเหมาะสมของการเปิดเผยข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในรูปแบบดิจิทัลตลอดช่วงดำรงตำแหน่งและภายหลังพ้นตำแหน่ง 1 ปี ความเหมาะสมของการกำหนดเงื่อนไขการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนปัญหาเชิงปฏิบัติจากการบังคับใช้กฎหมายเดิม และความเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้จะสามารถแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด ประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์รัฐสภา ในหมวดการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับความเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง

 

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ