นายยศชนัน วงสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่ง นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นผู้เสนอ รวมถึงญัตติในทำนองเดียวกันอีก 2 ญัตติ โดยระบุว่า ปัญหาช้างป่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสังคม ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง และเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข วิกฤตช้างป่าไม่ใช่เพียงเรื่องสัตว์ป่า แต่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน คุณภาพชีวิตของสัตว์ป่า และระบบนิเวศโดยรวม
นายยศชนัน กล่าวว่า สาเหตุของปัญหาช้างป่าเกิดจากการขยายตัวของมนุษย์และสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดการขยายพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้พื้นที่อาศัยของช้างและสัตว์ป่ามีขนาดเล็กลง ขณะเดียวกันปริมาณสัตว์ป่าไม่สมดุลกับพื้นที่ที่มีอยู่ อีกประเด็นคือการแตกกระจายของพื้นที่ป่า เนื่องจากมีถนนและโครงการต่าง ๆ เข้ามา ทำให้ช้างต้องเดินอ้อมในหลายจุดและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคนได้ยาก จากสาเหตุเหล่านี้ทำให้พฤติกรรมของช้างเปลี่ยนไป โดยเข้ามากินพืชผักและผลไม้ของประชาชน ส่งผลให้พืชผลเสียหาย รายได้ของเกษตรกรลดลง เกิดปัญหาหนี้สินซึ่งเป็นปัญหาเชิงสังคม หลายชุมชนต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง และบางชุมชนต้องย้ายที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ การเยียวยาในปัจจุบันยังไม่เพียงพอและไม่คุ้มค่า จึงจำเป็นต้องแก้ไขทั้งปลายเหตุและต้นเหตุ ในส่วนของการแก้ปัญหาปลายเหตุควรมีการทำแนวกั้นช้าง ซึ่งปัจจุบันมีหลายโครงการแต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุน รวมถึงการผลักดันช้าง โดยมีงานวิจัยจำนวนมากที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำแนวกั้นช้างได้ ขณะเดียวกันการเยียวยายังคงเป็นมาตรการที่จำเป็นต้องดำเนินการ
ส่วนการคุมกำเนิดช้างนั้นต้องพิจารณาความเหมาะสมของปริมาณป่าและจำนวนช้างที่สามารถรองรับได้ ข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทันทีคือการปฏิรูปการใช้ที่ดิน โดยกำหนดพื้นที่กันชนระหว่างคนกับช้างอย่างเป็นทางการและกำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดจะรองรับส่วนนี้ นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการชดเชยเชิงรุก โดยใช้เทคโนโลยีติดตามข้อมูลการเคลื่อนไหวของช้าง เพื่อทราบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและชดเชยให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนได้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ประชาชนสามารถเยียวยาชีวิตของตนเองได้ พร้อมทั้งเสนอให้ฟื้นฟูระบบนิเวศป่า หากป่ามีความสมบูรณ์ ช้างจะไม่ออกมานอกพื้นที่ พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การติดเซ็นเซอร์เตือนภัยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งสำนักงานการวิจัยแห่งชาติได้พัฒนาไว้แล้ว
นายยศชนัน ยังกล่าวถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนในการชดเชยและการออกแบบมาตรการต่าง ๆ โดยเห็นว่าชุมชนควรมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการกำหนดแนวทางที่ทำให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาลเป็นผู้ออกแบบมาตรการเพียงฝ่ายเดียว พร้อมทั้งต้องคำนึงถึงจริยธรรมและสวัสดิภาพของสัตว์ด้วย ทั้งนี้ ย้ำว่าสามารถนำงานวิจัยที่มีการศึกษามาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการดำเนินการได้ทันที โดยให้หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม เนื่องจากประชาชนไม่สามารถรอได้ และการนำข้อเสนอที่ดีควบคู่กับข้อมูลเดิมที่มีอยู่สามารถเริ่มดำเนินการเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างไม่หวาดระแวงทันที
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง