สส.สุรวาท ปชน. ตั้งกระทู้ทวงถามรัฐบาล คืนอัตรากำลังครูให้โรงเรียนขนาดเล็ก

ลักขณา เทียกทอง

10 ต.ค. 2567 14:25 น.965 ครั้ง
แชร์LINE
สส.สุรวาท ปชน. ตั้งกระทู้ทวงถามรัฐบาล  คืนอัตรากำลังครูให้โรงเรียนขนาดเล็ก

10 ต.ค. 67 - สส.สุรวาท ปชน. ตั้งกระทู้ทวงถามรัฐบาล เรียกร้องคืนอัตรากำลังครูให้โรงเรียนขนาดเล็ก หลังต้องกระทบจากมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ด้าน รมช.ศึกษาธิการ ยืนยันไม่นิ่งนอนใจ เจรจากับ คปร. ยินยอมคืนอัตรา ผอ.และครูผู้สอนให้ตามตำแหน่งที่เกษียณแบบมีเงื่อนไข พร้อมเดินหน้าเสนอ ครม.อนุมัติปรับอัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้างเหมาบริการ ให้สอดคล้องกับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

นายสุรวาท ทองบุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรณีการคืนอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน จำนวนกว่า 1.4 หมื่นโรงเรียน ต้องประสบปัญหาจากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พ.ศ.2566-2570 ของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) สำนักงาน ก.พ. ให้คืนอัตรากำลังผู้เกษียณอายุราชการ ตำแหน่งครูและผู้อำนวยการ (ผอ.) สถานศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนมัธยมศึกษาหรือกลุ่มสถานศึกษาที่มีนักเรียนตั้งแต่ 120 คนขึ้นไป แต่ไม่มีการคืนให้กับโรงเรียนขนาดเล็กดังกล่าว จึงกระทบไปถึงบุคลากรในโรงเรียนขนาดเล็กที่ยังไม่มีการยุบควบรวม ต้องอาศัยชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เข้าช่วยเหลือด้วยการจัดทำผ้าป่าเพื่อจ้างครู แต่ค่าจ้างไม่สอดคล้องวุฒิบัณฑิตครูและสภาพสังคม ด้วยจำนวนพียง 3 พันบาทต่อเดือน ตนจึงต้องการทราบถึงแนวทางจัดการปัญหานี้ของรัฐบาล โดยอาจทบทวนคืนอัตราครูเกษียณอายุราชการ ให้กับสถานศึกษาขนาดเล็กที่ระหว่างนี้ยังไม่มีการยุบควบรวม ซึ่งหากทำได้ ควรจัดตั้งงบประมาณจัดจ้างครูอัตราจ้าง แทนอัตราข้าราชการครูไปพลางก่อน เพื่อให้มีครูผู้สอนและ ผอ. ที่มีจำนวนเป็นไปตามเกณฑ์อัตรากำลัง ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด

ด้าน นายสุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วย (รมช.) ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวชี้แจงถึงมาตรการดังกล่าวเป็นการควบคุมขนาดกำลังคนของภาครัฐที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2537 มุ่งให้ภาพรวมจำนวนกำลังคนภาครัฐเหมาะสมกับบทบาทภารกิจและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ตลอดจนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐของประเทศในระยะยาว ก่อนจะชี้ให้เห็นถึงตัวเลขงบประมาณปี 2566 ที่เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเงินเดือนและสวัสดิการบุคลากรภาครัฐซึ่งรวมถึงบุคลากรทางการศึกษาเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ และเข้าใจทุกสภาพปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ไม่เฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะแม้โรงเรียนขนาดใหญ่มีครูจำนวนมาก แต่ต้องประสบปัญหาครูไม่เพียงพอสำหรับบางสาขาวิชา กระทรวงจึงพยายามเจรจาต่อรองทำเรื่องปลดล็อคจัดการปัญหา จนได้มาตรการผ่อนปรนช่วยเหลือ กรณีโรงเรียนมีนักเรียน 61 คนขึ้นไป สามารถนำตำแหน่งครูผู้สอนที่เกินมาแปลงอัตราเป็น ผอ. ได้ และหากเกิดการควบรวมตั้งแต่ 2 โรงเรียนขึ้นไปแล้วมีจำนวนนักเรียนรวม 120 คนขึ้นไป คปร. ยินยอมคืนอัตรา ผอ.และครูผู้สอนให้ตามตำแหน่งที่เกษียณ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคในการดำเนินการอีกหลายประเด็น ส่วนการขาดครูในบางสาขาวิชาสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และครูเกินจำนวนในโรงเรียนขนาดใหญ่ กระทรวงกำลังแนวโน้มนำไปสู่การสร้างแรงจูงใจ ในรูปแบบที่อาจเป็นการให้เป็นค่าตอบแทนเพิ่มเติม ค่าพาหนะ ค่าเช่าบ้าน หรือการเลื่อนวิทยฐานะเพื่อเป็นแรงจูงใจ ถือเป็นยาแรงเพื่อให้ครูในโรงเรียนที่มีอัตรากำลังเกิน สมัครใจไปสอนในโรงเรียนที่ขาดครู โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเสนอเรื่องให้ ครม. พิจารณาปรับอัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้างเหมาบริการ ให้สอดคล้องกับที่ ครม. อนุมัติปรับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นด้วย

ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง