สว.ปานเทพ ขอนายกฯ เร่งตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ป้องกันพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

อรุณี ตันศักดิ์ดา

6 เม.ย. 2567 08:28 น.412 ครั้ง
แชร์LINE
สว.ปานเทพ ขอนายกฯ เร่งตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ป้องกันพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

6 เม.ย. 67 – สว.ปานเทพ ขอนายกรัฐมนตรี เร่งตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ป้องกันและปราบปรามพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ เชื่อ หากดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม จะส่งผลให้การเรียกรับสินบนและผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐลดน้อยลงจนหมดไป

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึง การป้องกันและปราบปรามพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่า สืบเนื่องจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีสาเหตุมาจากการดำเนินมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการเรียกรับสินบนและผลประโยชน์ต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ขาดพยานหลักฐานที่จะดำเนินการเอาผิดได้ ทำให้ต้องมีมาตรการที่กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาหรือประชาชน สามารถตรวจสอบการใช้จ่ายเงินเกินฐานะของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเมื่อพบเห็นพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ สามารถแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งขาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบได้ต่อไป

สำหรับแนวทางการป้องกันแสะปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทางสหประชาชาติได้กำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 โดยประเทศไทยเป็นรัฐภาคีตามอนุสัญญาดังกล่าว มีพันธกรณีที่จะต้องจัดทำนโยบายป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 130 จึงได้บัญญัติให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 42 มาตรา 103 และมาตรา 158 มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดหรือปฏิบัติงานอยู่ อย่างไรก็ตาม นับแต่ได้มีการตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่อย่างใด ทำให้ประชาชนขาดข้อมูลหลักฐานในการเปรียบเทียบและตรวจสอบเรื่องนี้ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกิดความย่ามใจ มีการเรียกรับสินบนและผลประโยชน์ต่างๆ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเร่งรัดการตราพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้บังคับบัญชาเป็นหนังสือลับ โดยอย่างน้อยต้องแจ้งให้ทราบถึงทรัพย์สินของตนที่มีอยู่ในปัจจุบัน และผลประโยชน์อื่นใดที่อาจจะคำนวณเป็นเงินได้ทั้งของตนเองและคู่สมรส เพื่อเป็นหลักฐานของทางราชการที่ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ได้ เชื่อมั่นได้ว่าหากได้มีการดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม จะส่งผลให้การเรียกรับสินบนและผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะลดน้อยลงและหมดสิ้นไปในที่สุด

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง