น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน โฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายดิเรก จอมทอง เลขานุการกรรมาธิการ และคณะ ร่วมแถลงว่าคณะกรรมาธิการได้เข้าพบกับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้าง เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการได้หารือกับ นายประเสริฐ ใน 4 ประเด็นหลัก เรื่องการผลักดันงบประมาณรายจ่ายกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ.2562 จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ตามหลักเกณฑ์ใหม่ที่คณะกรรมาธิการเสนอ ซึ่งขณะนี้ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อง กระทรวงการคลัง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แล้วและได้ออกระเบียบหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เรื่องที่สองเป็นการเสนอใช้กลไกทางภาษีในการกำหนดมาตรการแรงจูงใจให้บุคคลธรรมดาทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา โดยให้นำใบเสร็จรับเงินที่บริจาคมาลดหย่อนภาษีได้
คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาช้างป่าฯ แถลงต่อไปว่าเรื่องที่สามเป็นการหารือถึงการพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ เพื่อป้องกันและลดปัญหาช้างป่าออกจากป่าอนุรักษ์ไปสร้างความเสียหายแก่ประชาชน จากนั้นจึงพัฒนาสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบใหม่หรือSafari ให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบเป็นการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว ลดความขัดแย้งระหว่างคนและช้าง และสร้างรายได้ในพื้นที่ โดยคณะกรรมาธิการได้เสนอพื้นที่ที่เหมาะสมประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โครงการป่านันทนาการไทรสามขา จังหวัดฉะเชิงเทรา โครงการป่านันทนาการตำบลพลวงทอง จังหวัดชลบุรีและโครงการทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี และ เรื่องที่สี่เป็นการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลางจากรัฐบาล เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างแบริเออร์ คันกันช้างคอนกรีตรอบพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด โดยคณะกรรมาธิการเห็นว่านอกจากการใช้งบประมาณในการก่อสร้างรัฐบาลควรสนับสนุนให้ท้องถิ่นโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและคณะกรรมการการกระจายอำนาจเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ให้มากขึ้น
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการย้ำว่า หลังจากเข้าพบประธานคณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้าง พร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นตามวาระเร่งด่วนทั้ง 4 ข้อ รวมทั้งทำหนังสือเสนออย่างเป็นทางการแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาล รองนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งรัด พิจารณาดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ณรารัฏฐ์ โพธินาม / ข่าว เรียบเรียง