นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงปัญหาราคาน้ำนมตกต่ำ ว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้ร้องเรียนว่า จากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลทำให้เกิดปัญหาราคาน้ำนมโคตกต่ำ ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมนม 15,655 ครัวเรือน มีโคนม 578,000 ตัว โดยเป็นโคนมที่สามารถจะรีดน้ำนมได้ประมาณ 247,000 ตัว มีปริมาณน้ำนมดิบต่อวันประมาณ 2.97 ตัน ขายได้ราคากิโลกรัมละ 21.26 บาท โดยเกษตรกรมีต้นทุนการผลิตมากกว่ากิโลกรัมละ 18 บาท และจากข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ที่รัฐบาลทำข้อตกลงกับต่างประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยไทยได้ลดหย่อนภาษีนำเข้าสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมผง มันเนย และเครื่องดื่มประเภทนมต่าง ๆ ให้เหลือร้อยละศูนย์ แต่รัฐบาลไม่ได้จัดเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบจากอัตราภาษีดังกล่าวให้แก่เกษตรกร และทำให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้บริโภคเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์นม หรือนมสดที่นำเข้าจากต่างประเทศเพราะมีราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์นมหรือนมสดที่ผลิตภายในประเทศ ก่อให้เกิดปัญหานมล้นตลาดตามมา แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น มาตรการบังคับใช้ผู้ประกอบการ หรือผู้ผลิตต้องใช้น้ำนมดิบที่ผลิตภายในประเทศมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หรือกรณีที่รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณสำหรับนมโรงเรียน ปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับให้สิทธิกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในการนำน้ำนมดิบที่ผลิตภายในประเทศไปใช้เพื่อผลิตเป็นนมโรงเรียนเพียง 76 ตันต่อวันเท่านั้น และเมื่อคำนวณเป็นจำนวนเงินแล้วจะเป็นการใช้งบประมาณเพียงร้อยละ 6 ของงบประมาณสำหรับนมโรงเรียน จึงเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่สามารถใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้ ดังนั้น ตนจึงขอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางเพื่อให้ อ.ส.ค. ต้องรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร ร้อยละ 100 เพื่อนำไปใช้ผลิตนมโรงเรียน และขอให้เพิ่มวันดื่มนมโรงเรียนให้แก่เด็กไทยจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า เด็กไทยได้ดื่มนมโรงเรียนไม่น้อยกว่าปีละ 260 วัน เป็นให้เด็กไทยใน 1 ปี ต้องได้ดื่มนมโรงเรียนให้ครบ 365 วัน
ณัฐพล สงวนทรัพย์ ข่าว/เรียบเรียง