พรรคเศรษฐกิจ ย้ำจุดยืนค้านต่างชาติใช้ไทยเป็นฐานเคลื่อนไหว ชี้ เป็นภัยความมั่นคง พร้อมยื่น 4 ข้อเสนอต่อรัฐเร่งจัดระเบียบแรงงานเมียนมาและผลักดันเก็บภาษี 5% เข้าประเทศ

คณรัตน์ ยินดีมิตร

5 พ.ย. 2569 11:46 น.189 ครั้ง
แชร์LINE
พรรคเศรษฐกิจ ย้ำจุดยืนค้านต่างชาติใช้ไทยเป็นฐานเคลื่อนไหว ชี้ เป็นภัยความมั่นคง พร้อมยื่น 4 ข้อเสนอต่อรัฐเร่งจัดระเบียบแรงงานเมียนมาและผลักดันเก็บภาษี 5% เข้าประเทศ

5 พ.ย.69 - พรรคเศรษฐกิจ ย้ำจุดยืนค้านต่างชาติใช้ไทยเป็นฐานเคลื่อนไหว หลังพบแกนนำชาวเมียนมาชุมนุมหน้า UN หวั่นดึงภัยคุกคามระดับนานาชาติเข้าไทย ชี้ เป็นภัยความมั่นคง พร้อมยื่น 4 ข้อเสนอต่อรัฐเร่งจัดระเบียบแรงงานเมียนมาและผลักดันเก็บภาษี 5% เข้าประเทศ ย้ำ ต้องคงเอกสาร CI ยืนยันตัวตน เตือน หากไม่เร่งจัดการ อาจเกิดม็อบขนาดใหญ่เหมือนในยุโรป

นายคริส โปตระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมคณะ แถลงข่าวถึงจุดยืนทางการเมืองและข้อเสนอเกี่ยวกับแนวทางการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย โดยกล่าวว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กลุ่ม Bright Future นำโดย นายวีระ แสงทอง แกนนำชาวเมียนมา ได้จัดชุมนุมเรียกร้องสิทธิ์บริเวณหน้าอาคารสหประชาชาติ (UN) ซึ่งข้อเรียกร้องส่วนใหญ่เป็นเรื่องภายในของเมียนมา เช่น การจัดเก็บภาษีและการส่งเงินกลับประเทศของรัฐบาลทหารเมียนมา แม้ว่ารัฐธรรมนูญไทยจะรับรองเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็น แต่ประเทศไทยมีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง จึงต้องระมัดระวังไม่ให้กลุ่มการเมืองต่างชาติใช้ไทยเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือจัดตั้งมวลชน เพราะอาจนำไปสู่การดึงภัยคุกคามระดับนานาชาติเข้ามาในประเทศ โดยปัจจุบันตัวเลขแรงงานต่างด้าวในไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากเมื่อ 10 ปีก่อนที่มีประมาณ 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นมาเป็นมากกว่า 4 ล้านคน และหากรวมแรงงานผิดกฎหมายด้วยอาจมีจำนวนรวมถึง 10 ล้านคน ซึ่งคนกลุ่มนี้เข้ามาใช้สาธารณูปโภค ทั้งถนน โรงพยาบาล และระบบการศึกษาของไทย โดยที่รัฐบาลไทยใช้นโยบายเปิดขึ้นทะเบียนผ่อนผันให้อยู่เรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดการทะลักข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติ ดังนั้น พรรคเศรษฐกิจจึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 4 ข้อเสนอต่อรัฐ ได้แก่

ข้อเสนอแรก การคุมเข้มชายแดนอย่างจริงจัง กำชับให้กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงทำหน้าที่สกัดกั้นการหลบหนีเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติอย่างเด็ดขาด ยุติการผ่อนผันขึ้นทะเบียนแรงงานผิดกฎหมายรายปี ส่วนข้อเสนอที่สอง การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 5% เสนอแก้ไขประมวลรัษฎากรให้อำนาจสภาผู้แทนราษฎรจัดเก็บภาษีเงินได้จากแรงงานต่างด้าวตั้งแต่บาทแรก ในอัตรา 5% ซึ่งคำนวณว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศได้ประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี ชี้ปัจจุบันรัฐบาลทหารพม่ามีการเรียกเก็บภาษี 2% จากเงินส่งกลับประเทศ แต่ไทยกลับไม่ได้จัดเก็บภาษีจากแรงงานเหล่านี้เลย ด้านข้อเสนอที่สาม จับกุมและส่งกลับประเทศทันที (Deportation) สำหรับแรงงานที่เข้าเมืองผิดกฎหมายที่มีราว 5–6 ล้านคน หากตรวจพบต้องดำเนินคดีและส่งกลับประเทศทันที โดยใช้กลไกของศาลแรงงานตามที่มีการปรับปรุงกฎหมาย ไม่ใช่การอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนต่อ รวมถึงข้อเสนอที่สี่ คงเอกสารยืนยันตัวตน (CI - Certificate of Identity) คัดค้านข้อเสนอของบางพรรคการเมืองที่เสนอให้ยกเลิกเอกสาร CI ย้ำว่า CI เป็นเอกสารจำเป็นในการยืนยันตัวตนของแรงงาน หากยกเลิกจะสร้างความสับสนและไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

นายคริส กล่าวทิ้งท้าย ว่า หากประเทศไทยไม่เร่งจัดระเบียบและจำกัดปริมาณแรงงานต่างด้าวตั้งแต่เนิ่น ๆ ในอนาคตอาจเกิดการรวมตัวเคลื่อนไหวทางการเมืองของแรงงานต่างด้าวในระดับหลายหมื่นหรือหลายแสนคน ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ซึ่งจะกลายเป็นภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงที่รุนแรงของประเทศได้

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง