นายบุญรวี ยมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย และในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)คุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร แถลงเรียกร้องให้ภาครัฐตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิและสมาคมต่างๆ ทั่วประเทศอย่างรอบด้าน โดยระบุว่าจากกรณีข่าวของมูลนิธิแห่งหนึ่งที่พบนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จนเป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์และนำมาซึ่งการดำเนินคดีความ กรณีดังกล่าวส่งผลต่อความรู้สึกและข้อกังวลของประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างระบบตรวจสอบที่รัดกุมสำหรับองค์กรไม่แสวงหากำไร
นายบุญรวี เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสมาคมและมูลนิธิรวมกันมากกว่า 32,000 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสมาคมราว 18,506 แห่ง และมูลนิธิราว 14,330 แห่ง ที่ผ่านมาหน่วยงานส่วนใหญ่ดำเนินการด้วยเจตนาที่ดี แต่การตรวจสอบพบว่ามีบางแห่งที่ควรได้รับการดูแลและตรวจสอบความโปร่งใสอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรการกุศลโดยรวม ทั้งนี้ ได้เสนอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานกำดูแลการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิและสมาคม ร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสุ่มตรวจการส่งงบดุลประจำปี ตลอดจนเส้นทางการเงินขององค์กรการกุศลที่มีข้อร้องเรียนหรือไม่ได้ส่งรายงานตามกำหนด
ในส่วนบทบาทนิติบัญญัติ นายบุญรวีระบุว่า จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อพิจารณาเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมให้ข้อมูลและหาแนวทางพัฒนาระบบการกำกับดูแลร่วมกัน เพื่อให้ระบบมูลนิธิในประเทศไทยมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรักษาศรัทธาของประชาชนในการทำความดีต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
