ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณชุมชนบ้านขุนสมุทรจีนและวัดขุนสมุทรจีน จังหวัดสมุทรปราการ ว่าจากการลงพื้นที่พบปัญหามีความรุนแรง มีอัตราการกัดเซาะสูงถึง 25-30 เมตรต่อปี แนวชายฝั่งถอยร่นกว่า 3 กิโลเมตร และมีพื้นที่ได้รับความเสียหายสะสมกว่า 5,600 ไร่ พร้อมชี้ว่าการสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่พื้นที่บนแผนที่ แต่หมายถึงการสูญเสียบ้านเรือน ที่ทำกิน และรากเหง้าวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ได้ตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการแก้ปัญหาของหน่วยงานภาครัฐที่ผ่านมา แม้จะมีงานวิจัยและหน่วยงานรับผิดชอบ แต่ปัญหากลับยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน โดยเห็นว่าหากปล่อยให้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งวัดขุนสมุทรจีนลุกลาม ในอนาคตกรุงเทพมหานครอาจต้องเผชิญกับวิกฤตภัยทางทะเลที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและแผ่นดินทรุดตัว
ศ.ดร.ชาญณรงค์ เสนอข้อเสนอแนะ 3 ประการต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการรับมือกับวิกฤตดังกล่าว ได้แก่ เร่งยกระดับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งวัดขุนสมุทรจีน ให้เป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ และกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบหลักให้ชัดเจน ขอให้นำผลการศึกษาวิจัย มาจัดทำแผนป้องกันและฟื้นฟูชายฝั่งอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดสรรงบประมาณและกำหนดกรอบเวลาที่เหมาะสม และประการสุดท้าย คุ้มครองบ้านเรือนและพื้นที่ทำกิน โดยเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อรักษาชุมชนและวิถีชีวิตดั้งเดิม พร้อมย้ำว่า แผ่นดินที่สูญหายอาจสามารถฟื้นฟูได้ แต่ชุมชนที่ล่มสลายและวิถีชีวิตที่สูญสิ้นไปไม่สามารถสร้างกลับคืนมาได้ง่าย จึงขอให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเร่งเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ก่อนที่วัดขุนสมุทรจีนและพื้นที่ชายฝั่งจะกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความล้มเหลวในการรักษาแผ่นดินไทย
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
