นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สส.จังหวัดชลบุรี พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยขอให้ชี้แจงแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญและมีหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันแหล่งโบราณคดีดังกล่าวยังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ขาดโอกาสเข้าถึงและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทั้งที่ประชาชนมีความประสงค์ให้มีการนำโบราณวัตถุและโครงกระดูกที่ขุดค้นพบมาใช้เป็นสื่อในการเรียนรู้และจัดแสดงให้ประชาชนได้ศึกษาอย่างเหมาะสม พร้อมเสนอให้พิจารณาถ่ายโอนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถพัฒนาแหล่งโบราณคดีให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ตั้งคำถามถึงแนวทางพัฒนาแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาแหล่งโบราณคดีในตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ความเป็นไปได้ในการถ่ายโอนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ หรือพื้นที่ที่เกี่ยวข้องให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เพื่อให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดูแลและพัฒนา หากไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้ชี้แจงเหตุผล และแนวทางจัดแสดงโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดี ที่ขุดพบ เช่น โบราณวัตถุ เครื่องปั้นดินเผา ซากสัตว์ รวมถึงโครงกระดูกที่ประชาชนเรียกว่าเจ้าแม่โคกพนมดี กลับมาจัดเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์หรือจัดนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้อย่างเหมาะสม
ด้านนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงว่า กรมศิลปากรได้ปรับปรุงศูนย์ข้อมูลและนิทรรศการแล้วเสร็จในปี 2567 แต่การถ่ายโอนให้ท้องถิ่นบริหารจัดการต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนอาคารเป็นราชพัสดุกับกรมธนารักษ์ ซึ่งตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 ทั้งนี้ ระหว่างรอการดำเนินการดังกล่าว ได้มอบหมายให้กรมศิลปากรเปิดศูนย์ข้อมูลฯ ให้ประชาชนเข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00–16.00 น. เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์
ส่วนกรณีการนำโครงกระดูกจริง เจ้าแม่โคกพนมดี กลับมาจัดแสดงในพื้นที่นั้น นางสาวซาบีดา ระบุว่า โครงกระดูกมีอายุประมาณ 4,000 ปี และอยู่ในสภาพเปราะบาง ประกอบกับพื้นที่มีความเค็มและความชื้นสูง จึงไม่เหมาะต่อการจัดแสดงและอาจทำให้โครงกระดูกเสื่อมสภาพได้ง่าย กรมศิลปากรจึงจำเป็นต้องเก็บรักษาโครงกระดูกจริงไว้ในห้องปฏิบัติการเพื่อการอนุรักษ์และวิจัย พร้อมจัดทำหุ่นจำลองเรซินจากการสแกน 3 มิติ เพื่อจัดแสดงแทน
อย่างไรก็ตาม การนำโครงกระดูกกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิดยังมีความเป็นไปได้ หากมีการปรับปรุงพื้นที่และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ทั้งการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น รวมถึงระบบจัดเก็บและจัดแสดงที่ได้มาตรฐาน โดยกระทรวงวัฒนธรรมพร้อมลงพื้นที่ร่วมกับ สส. เพื่อรับฟังความคิดเห็นของชุมชนและหาแนวทางที่เหมาะสมในการนำโบราณวัตถุกลับมาจัดแสดงในพื้นที่อย่างปลอดภัย โดยคำนึงถึงทั้งคุณค่าทางจิตใจของชุมชนและหลักการอนุรักษ์ทางวิทยาศาสตร์
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
