รมว.แรงงาน ชี้แจงร่างแก้กฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน เพิ่มหลักประกันค่าตอบแทน-คุ้มครองเด็ก

ลักขณา เทียกทอง

21 ต.ค. 2569 16:36 น.10 ครั้ง
แชร์LINE
รมว.แรงงาน ชี้แจงร่างแก้กฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน เพิ่มหลักประกันค่าตอบแทน-คุ้มครองเด็ก

21 ต.ค.69 - รมว.แรงงาน เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มุ่งเพิ่มความเป็นธรรมด้านค่าตอบแทน กำหนดดอกเบี้ยและเงินเพิ่มกรณีผิดนัด ขยายการคุ้มครองเด็กจากงานอันตราย พร้อมปรับบทกำหนดโทษให้เหมาะสมกับลักษณะความผิด

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า กฎหมายฉบับปัจจุบันใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2553 จึงจำเป็นต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มความชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมแก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการรับงานไปทำที่บ้านเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่กฎหมายเดิมยังไม่ครอบคลุมลักษณะการทำงานและการจ้างงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รับงานไปทำที่บ้านยังเผชิญปัญหาการได้รับค่าตอบแทนล่าช้า การผิดนัดชำระเงิน ตลอดจนการขาดมาตรการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยที่ชัดเจน โดยเฉพาะการคุ้มครองแรงงานเด็กจากการทำงานที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ บทกำหนดโทษและมาตรการทางกฎหมายที่มีอยู่เดิมอาจไม่สอดคล้องกับระดับความร้ายแรงของความผิด และไม่เอื้อต่อการแก้ไขข้อพิพาทอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีการปรับปรุงบทนิยามคำว่า งานที่รับไปทำที่บ้าน ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และ พนักงานตรวจแรงงาน ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “เอกสาร” ให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์ความรับผิดของผู้จ้างงานกรณีผิดนัดชำระเงินหรือไม่คืนหลักประกัน โดยให้รับผิดในดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์การวางเงินเพื่อจ่ายให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ทายาท หรือบุคคลที่มีสิทธิได้รับเงิน นอกจากนี้ ยังยกระดับการคุ้มครองแรงงานเด็ก โดยห้ามผู้จ้างงานจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน และปรับอายุขั้นต่ำของเด็กที่ห้ามทำงานซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัย จากเดิม 15 ปี เป็น 18 ปี พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทนและสกุลเงินที่ใช้จ่ายค่าตอบแทนให้มีความชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน โดยกำหนดให้การแต่งตั้งหรือเลือกกรรมการต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ พร้อมปรับบทกำหนดโทษ รวมถึงเพิ่มบทลงโทษผู้จ้างงานที่จ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และนำมาตรการปรับเป็นพินัยมาใช้กับความผิดบางกรณี เช่น การไม่จัดทำเอกสารเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน นอกจากนี้ ยังกำหนดเงื่อนไขระงับการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวกับการจ่ายเงิน เมื่อผู้จ้างงานปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน หรือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานตามที่กฎหมายกำหนด

นายจุลพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านให้สอดคล้องกับหลักสากล สร้างความมั่นคงในการทำงาน เพิ่มความเป็นธรรมในการจ้างงาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้รับงานไปทำที่บ้าน ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานขอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุนและรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าตนเองและเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและข้อซักถามจากสมาชิก เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายในชั้นกรรมาธิการต่อไป

ขณะนี้ ที่ประชุมอยู่ระหว่างการอภิปรายแสดงความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนลงมติว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวหรือไม่

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง