เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 คณะผู้แทนรัฐสภาไทย ประกอบด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ และ นายคริส โปตระนันทน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ และโฆษกคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน เข้าร่วมการประชุมระดับสูงของภาครัฐสภา (High-Level Parliamentary Meeting) ในกรอบการประชุมรัฐสภาระดับโลก (Global Parliamentary Forum) ระหว่างวันที่ 12 - 13 ตุลาคม 2569 ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสการประชุมประจำปี ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยร่วมประชุม รวม 3 วาระ ประกอบด้วย กิจกรรมเสวนาระหว่างการรับประทานอาหารเช้ากับยุวสมาชิกรัฐสภา ในหัวข้อ “IMF and World Bank Group 101 Breakfast with Young Parliamentarians” การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างยุวสมาชิกรัฐสภาจาก ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และ Mr. Nigel Clarke รองกรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) (High-Level Exchange between Nigel Clarke, Deputy Managing Director, IMF, and Young Parliamentarians และการประชุมรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภารุ่นใหม่: มุมมองจากยุวสมาชิกรัฐสภา (Young Parliamentarians Listening Session: Perspectives from the Next Generation)
สำหรับการประชุมวาระสำคัญดังกล่าว เป็นเวทีสำหรับยุวสมาชิกรัฐสภาจากนานาประเทศในการรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้าง บทบาท ภารกิจ และแนวทางการดำเนินงานของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ประชาคมโลกกำลังเผชิญ โดยมีนาย Jakob Kopperud ผู้อำนวยการฝ่ายความสัมพันธ์กับภาครัฐและองค์กรการกุศล กลุ่มธนาคารโลก และนาย Tristan Hugh Walker รองหัวหน้าฝ่ายสื่อสาร IMF เป็นวิทยากร พร้อมด้วยนางสาว Federica Onori สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสาธารณรัฐอิตาลี และนาง Maureen Tabitha Mutinda สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสาธารณรัฐเคนยา และกรรมการเครือข่ายรัฐสภาว่าด้วยธนาคารโลกและ IMF ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ โดยผู้แทนรัฐสภาไทยทั้งสองท่านได้เข้าร่วมกิจกรรมและอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิกรัฐสภาและผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ
ในโอกาสนี้ นายวีระยุทธ ได้อภิปรายและให้ความคิดเห็นต่อที่ประชุม โดยสรุปสาระสำคัญได้เป็น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นแรก การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพ ในการเชื่อมโยงความร่วมมือโดยตรงระหว่างสมาชิกรัฐสภาและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้านนโยบายการเงินการคลัง โดยในวาระแรกที่ประชุมได้นำเสนอภารกิจหลักของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก พร้อมหารือถึงบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการขับเคลื่อนและรับมือกับความท้าทายร่วมกันของโลก ทั้งนี้ กลุ่มธนาคารโลกได้เน้นย้ำนโยบายส่งเสริมการจ้างงานในระดับท้องถิ่น (Local Jobs) โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) และระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยควรเข้าร่วมอย่างใกล้ชิดเพื่อแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างประเทศ
ประเด็นที่สอง ในการอภิปรายแลกเปลี่ยนร่วมกับ Mr. Nigel Clarke รองกรรมการผู้จัดการ IMF ได้มีการหารือถึงนวัตกรรมทางการเงินเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดย Mr. Clarke ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศจาเมกา ซึ่งประสบความสำเร็จในการออก พันธบัตรภัยพิบัติ (Catastrophe Bond) เพื่อรับมือพายุเฮอริเคน
ทั้งนี้ นายวีระยุทธ ได้สอบถามถึงแนวทางการนำเครื่องมือดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมและภัยพิบัติธรรมชาติที่มีแนวโน้มถี่ขึ้น ซึ่ง Mr. Clarke ได้เสนอแนะหลักการจัดทำพันธบัตรภัยพิบัติอย่างยั่งยืนว่า ต้องจำแนกและกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ระหว่างภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยแต่ความเสียหายต่ำ กับภัยพิบัติรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อย เพื่อให้ภาครัฐสามารถระดมและจัดสรรงบประมาณมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้อย่างตรงจุดและทันท่วงทีเมื่อเกิดวิกฤต นับเป็นบทเรียนสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติไทยสามารถนำมาปรับใช้ในอนาคต
สำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ - สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล / ภาพ
