นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดำเนินการเสวนาในเวทีหัวข้อ "เปิดประเด็นเด็ด กมธ. เรื่องที่สื่อไม่ควรพลาด " ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร จังหวัดตราด ระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ ห้องไฮด์อเวย์ ฮอลล์ โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด โดยระบุว่า สว. ทำหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินผ่านคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญของวุฒิสภา ซึ่งมีทั้งสิ้น 21 คณะ นอกเหนือจากการพิจารณากฎหมายและการให้ความเห็นชอบบุคคลสำคัญในการดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ โดยในช่วงแรกของการเสวนา ได้เปิดโอกาสให้ สว. 3 คน ซึ่งทำหน้าที่ใน 3 คณะกมธ.ได้มีโอกาสอธิบายถึงภารกิจของคณะกมธ.ของตนเอง และเผยผลการพิจารณาในประเด็นสำคัญต่างๆ
นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ที่ปรึกษาคณะกมธ.การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวว่าคณะกรรมาธิการได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวประมงพื้นบ้านเกี่ยวกับผลกระทบจากกฎหมายประมง พ.ศ. 2558 ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าไม่สอดคล้องกับวิถีการทำประมงขนาดเล็ก วุฒิสภาจึงนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาและผลักดันการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2568 ก่อนมีผลบังคับใช้วันที่ 19 กันยายน 2569 โดยมีสาระสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมและขยายโอกาสผู้ประกอบอาชีพของชาวประมงพื้นบ้าน ให้สามารถออกทำประมงนอกเขตทะเลชายฝั่งได้มากขึ้น พร้อมจำแนกลักษณะความผิดระหว่างการทำประมงเพื่อเลี้ยงชีพกับการจงใจทำลายทรัพยากร ซึ่งต้องสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลกับการรักษาวิถีชีวิตของชุมชนประมง
ในส่วนการติดตามการบริหารงบประมาณ นายยุคล กล่าวว่าคณะกรรมาธิการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ รวมถึงการศึกษาแนวทางปรับปรุงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. โดยผลจากการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นสะท้อนว่า กอ.รมน.ยังมีบทบาทในพื้นที่ แต่ควรปรับโครงสร้างและวิธีการทำงานให้กระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออก นายยุคลเห็นว่า การท่องเที่ยวและการบริหารจัดการผลไม้เป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากผลไม้เป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้พื้นที่ จึงผลักดันให้มีการบริหารจัดการมหานครผลไม้ไทยอย่างครบวงจร เชื่อมโยงผลผลิตสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมแก้ปัญหาล้งนอมินีและป้องกันการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร
ด้านนายจรุณ กลิ่นตลบ ที่ปรึกษาคณะกมธ.การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกมธ.ได้ผลักดันพระราชบัญญัติโคนม รวมถึงกฎหมายอีกหลายร่างที่อยู่ระหว่างการศึกษา และขณะนี้กำลังพิจารณาการแก้ปัญหาสุนัขจรจัด โดยได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมสื่อสารว่า สว. จากกลุ่มอาชีพมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตามสายอาชีพ สามารถนำประสบการณ์ในพื้นที่มาผลักดันให้ฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกันแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งทุกคนเรียนรู้ผ่านมหาวิทยาลัยชีวิต นายจรุณ กล่าวต่อไปในฐานะสว. จากสาขาอาชีพเกษตรกรว่า รับทราบปัญหาของเกษตรกรทั้งระบบ จึงเข้ามาทำหน้าที่เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางแก้ไขปัญหา ตลอดจนลงพื้นที่เพื่อรับและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะผ่านโครงการขับเคลื่อนสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน
ด้านนายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี กล่าวถึงการทำหน้าที่ในคณะกมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ซึ่งมีนายสมบูรณ์ หนูนวล เป็นประธานกมธ.ว่า คณะกมธ.ได้จัดเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของ กอ.รมน. ว่าจะดำเนินการต่อไปหรือควรยุบหรือไม่ รวมทั้งศึกษาเรื่องทหารผ่านศึก สวัสดิการ การศึกษาเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์และไซเบอร์ ตลอดจนแนวทางการขายอาวุธให้แก่กองทัพ เพื่อทดแทนการซื้อจากต่างประเทศ รวมถึงศักยภาพการผลิตรถถังและปืน
นายธณัชญ์พงศ์ กล่าวถึงการทำหน้าที่ในคณะกมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ซึ่งมีนายศุภโชค ศาลากิจ เป็นประธานกมธ.ว่า มีภารกิจติดตามการดำเนินงานในทุกกระทรวง งบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด รวมถึงพิจารณาเรื่องร้องเรียน ลงพื้นที่ติดตามการใช้งบประมาณของกระทรวง กรม และหน่วยงานต่าง ๆ ติดตามผลการเบิกจ่ายที่ล่าช้าและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ โดยคณะกมธ.ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมประสานการดำเนินการด้านงบประมาณ นอกจากนี้ จะศึกษาเรื่องชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงในอนาคตของประเทศ
ส่วนข้อถามจากสื่อมวลชนประเด็นคดีการเลือก สว. จะกระทบต่อการทำหน้าที่ในคณะกมธ.หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะทุกคนยังทำหน้าที่ของตนเองในคณะกมธ. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติจนกว่าคดีจะถึงที่สุดและมีผลสรุปออกมา
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง