15 ก.ย. 69 - ประธานรัฐสภา ชี้ปัญหาเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ เป็นวิกฤตสำคัญของประเทศ หลังจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เตรียมรวบรวมผลการเสวนาระดับชาติเสนอคณะรัฐมนตรี พร้อมผลักดันบูรณาการด้านการศึกษา สาธารณสุข พัฒนาสังคม และท้องถิ่น เพื่อให้เกิดมาตรการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

image

        นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการจัดกิจกรรม สภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน : การเสวนาระดับชาติ วิกฤตเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องสัมมนา ชั้น B2 อาคารรัฐสภาว่า ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประเทศในทุกด้าน โดยปัญหาเด็กเกิดน้อยและด้อยคุณภาพถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยและเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ จำนวนเด็กเกิดใหม่ของประเทศไทยลดลงอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยจากเดิมที่มีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 700,000 คนต่อปี ปัจจุบันเหลือเพียงกว่า 400,000 คน ขณะเดียวกันยังมีประเด็นเรื่องคุณภาพของเด็กที่ต้องได้รับการดูแลควบคู่กัน เป็นที่มาของการเสวนาครั้งนี้ที่ได้เชิญรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มาร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ สำหรับการเสวนาในครั้งนี้มีการหารือในหลายมิติ โดยด้านการศึกษา จะมุ่งใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยส่งเสริมการมีบุตร พร้อมสร้างหลักประกันด้านการศึกษา เพื่อลดความกังวลของผู้ปกครองที่เกรงว่าบุตรจะไม่ได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม ด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะพัฒนาระบบสวัสดิการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยนำรูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ของอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ มาพิจารณาเป็นต้นแบบ ซึ่งเป็นการให้ความรู้และดูแลหญิงตั้งครรภ์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ช่วงเริ่มตั้งครรภ์ ระยะกลางของการตั้งครรภ์ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนคลอด โดยมีบุคลากรทางการแพทย์เข้ามามีส่วนร่วม ส่วนด้านสาธารณสุข จะนำโครงการสมาร์ทมัม บูรณาการร่วมกับโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วัน เพื่อดูแลแม่และเด็กตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์และช่วงแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพเด็กในระยะยาว

        ประธานรัฐสภา เห็นว่า ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมากขึ้น จากเดิมที่การพัฒนาท้องถิ่นมักให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยท้องถิ่นควรเข้ามามีบทบาทในลักษณะเสมือนเป็น พ่อของประชาชน เนื่องจากคนวัยทำงานที่มีลูกจำนวนหนึ่งต้องเดินทางไปทำงานต่างพื้นที่ ทิ้งผู้สูงอายุไว้ในชุมชน จึงจำเป็นต้องมีระบบดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างเหมาะสม โดยหลังจากการเสวนาแล้ว จะรวบรวมข้อเสนอและจัดทำรายงานเสนอรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี มุ่งให้ข้อเสนอจากเวทีดังกล่าวนำไปสู่การปฏิบัติจริง รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

         นายโสภณ ย้ำด้วยว่าการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัตินอกจากมีหน้าที่ในการบัญญัติกฎหมายแล้ว ยังมีหน้าที่ในการร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศและดูแลทุกข์สุขของประชาชน โดยยกตัวอย่างการทำงานด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการบูรณาการงบประมาณและการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ และในสมัยประชุมนี้จะมีกฎหมายยาเสพติดเข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อปรับปรุงกฎหมายและแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งระบบ พร้อมย้ำด้วยว่าการจัดเวทีเสวนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงพิธีการ แต่ต้องนำไปสู่การขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องร่วมกันผลักดันประเด็นสำคัญที่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนประเทศต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ