นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สส.จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับกว่า 53,700 ล้านบาท โดยเสนอปรับลดงบประมาณลงร้อยละ 1 โดยตั้งข้อสังเกตการจัดทำงบประมาณของกรมการข้าว หลังพบกว่าโครงการกว่า 100 โครงการถูกคณะกรรมาธิการปรับลด ตั้งแต่งบประมาณหลักหมื่นถึงหลักล้านบาท สะท้อนปัญหาการตั้งราคาสูงกว่าราคากลางและราคาท้องตลาด จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้กรมวิชาการเกษตรเร่งแก้ปัญหาราคาปุ๋ยแพง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของเกษตรกรทั่วประเทศ โดยชี้ว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องมีเพียงโครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วงเงิน 9.6 ล้านบาท ที่ยังไม่ตอบโจทย์การลดต้นทุนโดยตรง พร้อมขอให้จัดทำมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
นายกิตติชัย ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ หลังพบสหกรณ์หลายแห่งประสบปัญหาการบริหารและการทุจริตจนสมาชิกได้รับความเสียหาย จึงเรียกร้องให้เร่งยกระดับระบบตรวจสอบและธรรมาภิบาล เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำและให้การใช้งบประมาณตอบโจทย์ความเดือดร้อนของเกษตรกรอย่างแท้จริง
ด้านนายยุพราช บัวอินทร์ สส.จังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในส่วนงบประมาณของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยเรียกร้องให้ทบทวนการจัดทำข้อมูลต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เกษตรกรยังเผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ แม้ความต้องการใช้ภายในประเทศจะสูงกว่าปริมาณผลผลิต โดยตั้งข้อสังเกตว่า การคำนวณต้นทุนการผลิตของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่าไถ ค่าเก็บเกี่ยว และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมถึงวิธีสำรวจข้อมูลที่ใช้กลุ่มตัวอย่างจำกัด เมื่อเทียบกับจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดทั่วประเทศ พร้อมเสนอให้ทบทวนวิธีจัดเก็บข้อมูลต้นทุน กำหนดมาตรฐานการวัดความชื้นและเกณฑ์รับซื้อข้าวโพดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดความเสียเปรียบของเกษตรกร และให้กลไกราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อรักษาความมั่นคงของอาชีพเกษตรกรและวัตถุดิบอาหารสัตว์ของประเทศ
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง