6 ส.ค. 69 - นายสุรเชษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และรองประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 70 ตั้งข้อสังเกตทิศทางการพัฒนา EEC ของ สกพอ. เสนอทบทวนแนวคิดโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน – เร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศ

image

         นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตต่อการพิจารณางบประมาณของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ในการพิจารณามาตรา 27 งบประมาณของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือ ทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สกพอ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 765 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 เป็นจำนวน 118 ล้านบาท ส่วนตัวไม่ติดใจในวงเงินที่ได้รับ เนื่องจากเห็นว่า สกพอ. เป็นหน่วยงานสำคัญ แต่ประเด็นที่สำคัญกว่างบประมาณคือการกำหนดทิศทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้ถูกต้อง โดยเห็นว่าที่ผ่านมาทิศทางการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ยังไม่สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศ

         นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งต้องการทราบความคืบหน้าและแนวทางดำเนินงาน เนื่องจากข้อมูลในเอกสารงบประมาณยังไม่เป็นปัจจุบัน พร้อมระบุว่าได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับทิศทางของโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดยเห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควรให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงข่ายรถไฟทางคู่ที่มีอยู่เดิม ซึ่งสามารถรองรับทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า มากกว่าการมุ่งลงทุนรถไฟความเร็วสูงเพียงอย่างเดียว พร้อมเสนอให้พัฒนารถไฟทางคู่ที่รองรับความเร็วประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่าและตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า

        นายสุรเชษฐ์ ยังเห็นว่า การพัฒนา EEC ควรคำนึงถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณและฐานะการคลังของประเทศ รวมถึงลักษณะพื้นที่ของ EEC ที่กระจายตัวอยู่ใน 3 จังหวัด ไม่ได้เป็นพื้นที่ต่อเนื่องเช่นเดียวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษในหลายประเทศ จึงควรวางแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้ทบทวนรูปแบบของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากเห็นว่าโครงการมีต้นทุนสูง โครงสร้างซับซ้อน และอาจต้องปรับแนวทางให้มีความเหมาะสมมากขึ้น โดยนำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในด้านอื่น เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ EEC ให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งเร่งพัฒนาโครงข่าย Mixed Gauge ในช่วงมักกะสัน–บางซื่อ ซึ่งเห็นว่าเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบราง

         นอกจากนี้ นายสุรเชษฐ์ ยังสอบถามความคืบหน้าโครงการ EEC City โดยขอให้ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ.ชี้แจงสถานะโครงการและรูปแบบการพัฒนาในปัจจุบัน รวมถึงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเรือส่วน F มองว่าควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำรอยจากโครงการขนาดใหญ่ในอดีต

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ