นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) แถลงผลการดำเนินงานการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร สมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 มี.ค. 69 - 11 ก.ค. 69 ว่า ตลอดสมัยประชุมที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบแล้วจำนวน 94 ฉบับ โดยล่าสุดมีกฎหมายสำคัญประกาศใช้แล้ว 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ยังมีร่างกฎหมายอีกหลายฉบับที่ผ่านการรับหลักการและอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในสมัยประชุมหน้า รวมถึงร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ที่คาดว่าวุฒิสภาจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
สำหรับการทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่าในสมัยประชุมนี้ มีการตั้งกระทู้ถามสดจำนวน 34 กระทู้ โดยรัฐมนตรีเดินทางมาตอบด้วยตนเอง 33 กระทู้ เป็นตัวเลขสูงมาก สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของฝ่ายบริหารต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อม ขอบคุณไปยังนายกรัฐมนตรีที่ได้กำชับคณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติ และขอบคุณไปยังเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ที่ผ่านมาวิปรัฐบาลและวิปค้านใช้วิธีประสานงานกัน เพื่อดูประเด็นร้อนหรือประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ตลอดจนปัญหาเร่งด่วน การประสานงานกันดังกล่าวส่งผลให้มีรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามสดค่อนข้างสูง ถือเป็นผลงานร่วมกันของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์ไม่ใช่รัฐบาลแต่เป็นประชาชน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทู้ถามทั่วไปที่ยังมีการเลื่อนตอบหลายกรณี วิปรัฐบาลได้จัดทำสรุปสถิติและข้อมูลไว้ พร้อมเตรียมนำเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้ประกอบการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของรัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่หลักในการตอบกระทู้และให้ความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนด้านการเสนอญัตติ มีการเสนอญัตติที่เป็นปัญหาสำคัญจำนวนมาก อาทิ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 วิกฤตพลังงาน โครงการการก่อสร้างแลนด์บริดจน์ เหตุการณ์รถไฟชนรถโดยสารประจำทาง การปฏิรูประบบภาษี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change) การแก้ปัญหาอุทกภัยภาคใต้ เรื่องต่างๆนี้ ไม่ได้เป็นญัตติที่มาจากฝ่ายรัฐบาล แต่ส่วนใหญ่เป็นญัตติที่มาจากฝ่ายค้าน สะท้อนว่าการทำงานของวิปรัฐบาล ไม่ได้คำนึงเพียงว่าอยู่ฝ่ายรัฐบาล แต่คำนึงถึงเสียงของทุกเสียง เพราะทุกปัญหาที่นำเสนอสู่สภาเป็นปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน ตอกย้ำการทำงานร่วมกันของรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ประธานวิปรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า สภาผู้แทนราษฎรยังสามารถพิจารณาวาระการรับทราบรายงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ค้างสะสมตั้งแต่ปี 65-67 ได้ครบถ้วน ทำให้สมัยประชุมหน้าจะไม่มีรายงานที่ค้าง แต่จะสามารถพิจารณารายงานได้ตามรอบปี ซึ่งจะช่วยให้ข้อเสนอแนะของสภาถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานในปีต่อๆ ไปได้ ทั้งนี้ กล่าวย้ำขอบคุณไปยังเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน บางครั้งแม้อาจมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายมีเป้าหมายเดียวกัน คือการขับเคลื่อนงานสภาเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหา และออกกฎหมายเพื่อประชาชน
ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญ ระบุว่า เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ โดยสภาผู้แทนราษฎรจะปิดสมัยประชุมตามพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ในช่วงสัปดาห์นี้
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง