พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวถึงปัญหาการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องปฏิรูปการสอบในลักษณะนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้กระทำผิดเป็นรายครั้ง เนื่องจากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการไทยอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มีกระบวนการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการแก้ไขข้อสอบและการช่วยเหลือให้สอบผ่าน โดยมีการเรียกค่าดำเนินการสูงถึง 300,000-800,000 บาทต่อตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการซื้อขายตำแหน่งราชการ ฉ้อฉล และปล้นโอกาสของประชาชนที่อ่านหนังสือเตรียมตัวสอบอย่างสุจริต โดยช่องโหว่สำคัญของปัญหานี้เกิดขึ้นจากกระบวนการจัดสอบ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกข้อสอบ การจัดเก็บกระดาษคำตอบ ตลอดจนการจัดเก็บคะแนน ที่เปิดช่องให้บุคคลภายในสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ รวมถึงมีเครือข่ายนายหน้าและผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและขุดรากถอนโคน หากพิสูจน์ได้ว่ามีการทุจริตจริง จะต้องลงโทษด้วยการไล่ออกจากราชการทันที พร้อมทั้งยึดคืนบำเหน็จบำนาญ และเพิกถอนสิทธิ์ในการเข้ารับราชการตลอดชีวิต ที่สำคัญต้องสาวไปให้ถึงตัวการใหญ่และผู้บงการระดับสูง ไม่ใช่จับเพียงแค่ผู้ปฏิบัติงานระดับล่าง ขอให้ประสานความร่วมมือและตรวจสอบเส้นทางเงิน ให้หน่วยงานตรวจสอบ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เร่งทำงานร่วมกันเพื่อติดตามเส้นทางทางการเงินของขบวนการนี้ และป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซงคดี
นอกจากนี้ ต้องคุ้มครองผู้สอบโดยสุจริต แยกแยะผู้ที่สอบด้วยความรู้ความสามารถของตนเอง ออกจากกลุ่มที่กระทำความผิด เพื่อไม่ให้คนดีต้องเสียอนาคต ส่วนผู้ที่กระทำผิดให้ดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมเสนอให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอบมาใช้ระบบคอมพิวเตอร์(Computer-Based Testing ) เพื่อลดการใช้กระดาษ และป้องกันทุจริต โดยระบบต้องสามารถบันทึกข้อมูล ตรวจสอบย้อนหลัง และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างปลอดภัย เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัล สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัลที่นายกรัฐมนตรีเคยแถลงไว้ต่อรัฐสภา พร้อมยกตัวอย่างรูปแบบระบบ Zero Tolerance หรือมาตรการที่ไม่ประนีประนอมต่อการทุจริตของประเทศสิงคโปร์มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในต่างประเทศ หากระบบเกิดความล้มเหลวและมีการทุจริตในลักษณะนี้ รัฐมนตรีเจ้าสังกัดจะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก
พล.ต.ท.วันไชย กล่าวทิ้งท้ายว่า การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช่เพียงแค่การจับผิดตัวเล็กตัวน้อยแล้วนำมาแถลงข่าว แต่รัฐบาลจะต้องคืนความยุติธรรม คืนศักดิ์ศรีให้กับข้าราชการ และคืนความเชื่อมั่นกลับมาสู่ประชาชนให้ได้
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง