19 มิ.ย. 69 - คณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ Art for All จัดอบรมหลักสูตร อาสาแบ่งปัน ภายใต้โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ พลังแห่งศิลป์ ปลูกฝังจิตอาสา ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง และพัฒนาศักยภาพคนพิการผ่านกระบวนการทางศิลปะ

image

           คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านศิลปะสร้างสรรค์ ในคณะกมธ.การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) จัดอบรมหลักสูตร อาสาแบ่งปัน ภายใต้โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ พลังแห่งศิลป์ เพื่อพัฒนาศักยภาพคนพิการ ณ ห้องประชุม บี 1-4 ชั้น บี 1 อาคารรัฐสภา โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานคณะอนุกมธ. และผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ดร.ชาณญ พรรุ่งโรจน์ ประธานมูลนิธิฯ ดร.สยาม เศรษฐบุตร รองประธานมูลนิธิฯ พร้อมด้วยนักเรียนและเยาวชนจิตอาสา เข้าร่วม

         โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ จิตอาสา โดยระบุว่า หัวใจสำคัญของ Art for All คือแนวคิด 5 คนรวมเป็น 1 อัจฉริยะ และเปรียบ Art for All เสมือนห้องเรียนคุณธรรมที่ขับเคลื่อนทุกกิจกรรมด้วยพลังของจิตอาสา ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ กล่าวว่า นอกจากการมีความคิดที่เข้มแข็งแล้ว ยังต้องมีผู้ที่พร้อมลงมือปฏิบัติ ซึ่งกลุ่มจิตอาสาทุกคนเปรียบเสมือนแขนและขาที่ช่วยเติมเต็มและสนับสนุนผู้พิการให้สามารถใช้ชีวิตและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ ต้องการให้ผู้เข้าอบรมซึ่งเป็นนักเรียนเยาวชนจิตอาสา ตระหนักถึงความสำคัญของการ ให้ ทั้งการให้เวลาในการศึกษาเรียนรู้ และการให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้พิการที่อยู่ร่วมกันในสังคม โดยหนึ่งในกระบวนการสำคัญของการเป็นจิตอาสา คือการฝึกฝนในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัด เช่น การฝึกเขียนด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด หรือการฝึกเขียนด้วยปาก เพื่อเรียนรู้และเข้าใจข้อจำกัดของผู้พิการมากยิ่งขึ้น สำหรับวัตถุประสงค์สำคัญของการเป็นจิตอาสา คือการทำงานเพื่อสังคม ซึ่งสิ่งที่ผู้ปฏิบัติจะได้รับกลับมา ได้แก่ ความรับผิดชอบ การให้เกียรติผู้อื่น ความจริงใจ และความพร้อมในการร่วมกันแก้ไขปัญหา

          ดร.ชาณญ ประธานมูลนิธิฯ บรรยายพิเศษในหัวข้อ แนวคิด ปรัชญา ศิลปะแห่งมวลมนุษย์ โดยถ่ายทอดมุมมองของการเป็นนักคิดและนักลงมือทำ พร้อมนำเสนอแนวคิด Art for All ที่เชื่อว่า 5 คนรวมกันเป็น 1 อัจฉริยะ ซึ่งสะท้อนพลังของการทำงานร่วมกันและการยอมรับความแตกต่างของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่า ความพิการอยู่ที่มุมมอง ขอให้สังคมอย่ามองความพิการเป็นข้อจำกัด เพราะความพิการไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่สภาพแวดล้อมและโอกาสที่สังคมมอบให้ หากทุกคนได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม ก็สามารถแสดงศักยภาพและมีส่วนร่วมกับสังคมได้อย่างเต็มที่

         ด้าน ดร.สยาม รองประธานมูลนิธิฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การก้าวข้ามขีดจำกัดเริ่มต้นจากการเปิดกว้างทางความคิด เพราะทุกคนล้วนมีความสามารถและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมได้ หลักสูตรดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และซึมซับพลังด้านบวก ซึ่งสามารถส่งต่อและเผยแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้ นอกจากนี้ หลักสูตรอาสาแบ่งปันจะเป็นพื้นที่หลอมรวมผู้ที่มีความมุ่งมั่นและมีอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อสร้างความพร้อมเพรียงในการขับเคลื่อน โครงการพลังแห่งศิลป์ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

          ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม รู้จักมักคุ้น และกิจกรรมกลุ่มสร้างสรรค์ โดยนายณัฐพงษ์ กิจจาธนากร วิทยากรด้านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนในด้านภาวะผู้นำและทักษะการสื่อสาร รวมถึงกิจกรรม รู้งาน รู้สถานที่ การเยี่ยมชมสถานที่จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพคนพิการ กิจกรรมถอดรหัสความคาดหวัง ตลอดจนการเรียนรู้เรื่องการช่วยเหลือผู้พิการเบื้องต้นด้านสติปัญญา ด้านการได้ยินและการมองเห็น รวมทั้งการเรียนรู้ภาษามือและภาษาใจ

          สำหรับการอบรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างเจตคติและค่านิยมอันดีงามต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเคารพในความแตกต่างที่หลากหลาย และอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความเข้าใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน อีกทั้งเพื่อให้เยาวชนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการทางศิลปะ สร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางความคิดและประสบการณ์ มีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันอย่างมีความสุข ส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจและสังคม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต ต่อยอดสู่ทักษะที่หลากหลาย และสามารถพัฒนาไปสู่การสร้างอาชีพในอนาคต รวมทั้งสร้างพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะให้เกิดประโยชน์ต่อการบูรณาการและการต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ 

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ