นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับมอบหลักฐานจากกลุ่ม สว. สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชิตกุล นางสาวณัฐนันท์ ทองดีวงศ์ และนายมนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เพื่อมอบแฟ้มหลักฐานลับสำคัญที่สุด คดีฮั้ว สว.
นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการเปิดเผยคลิปบรรยากาศการเลือก สว. ในปี 67 จนทำให้หลายคนตั้งคำถามรวมถึงสว. ที่ทำหน้าที่อยู่ตอนนี้ว่าใครเป็นผู้นำมาเปิด คลิปที่ได้มาใครอนุญาตให้มาเปิด ซึ่งอีกฝ่ายบอกว่าในคลิปไม่สามารถที่จะเหมารวมได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สว. ทั้งหมดกระทำความผิด นี่คือสิ่งที่สว. สำรองกำลังขับเคลื่อนต่อสู้เรื่องนี้ แต่ในคลิปที่เกิดขึ้น มีกระบวนการโกงสว. จนประสบผลสำเร็จ 138 คน แต่ที่ผ่านมามีกระบวนการพยายามจะล้มคดีฮั้ว สว. แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ถูกต้อง สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมแล้วหรือไม่ วันนี้จึงได้นำหลักฐาน ที่เก็บมาตลอด 2 ปี ไม่ว่าจะจากสถานที่เกิดเหตุ หรือโรงแรมที่พัก รวมถึงจังหวัดต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดกระบวนการนี้ นอกจากนี้ โพยที่จะนำเข้าสู่คูหาการเลือกตั้งได้นั้น เรียกว่า สว.3 ที่ได้มาในขั้นตอนระดับจังหวัด แต่ กกต. นำมากล่าวอ้างว่าโพยไม่ผิด สามารถนำเข้าไปในคูหาได้ กกต. กำลังสร้างความสับสนให้กับประชาชน ทั้งที่ กกต.พูดเองว่าการเลือกตั้งเป็นของประชาชน กกต. มีหน้าที่จัดให้ประชาชนมาพบกัน ส่วนการตรวจสอบเพื่อความสุจริตเที่ยงธรรมโปร่งใสให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา นี่คือสิ่งที่ตนทำแล้ว เห็นว่ามีการโกง ทุจริตกันจริง
นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนนำมาวันนี้คือใบสั่ง ต้องเลือก สว. 138 คน อาจจะมีสมาชิกพรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ซึ่งคณะกรรมการชุดที่ กกต. ตั้งขึ้นมาก็ได้ออกหมายเรียกหนึ่งในนั้นมี นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา รวมถึงรัฐมนตรีอีกหลายคน นอกจากนี้ ในโพยนั้นมีชื่อและหมายเลขอย่างชัดเจน เช่น ของนายมงคล สุระสัจจะ หมายเลข 84 ได้คะแนนมาเป็นลำดับ 1 ในกลุ่มนั้น ๆ ได้ 67 คะแนน พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ หมายเลข 7 ได้ 74 คะแนน นั่นหมายความว่าในแต่ละกลุ่มมีการลงคะแนนซ้ำ ๆ กัน ต้องออกมาชี้แจงให้สังคมรับทราบว่าได้คะแนนเหล่านี้มาอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าสงสัยหรือไม่ พร้อมขอให้กกต. รีบทำสำนวนเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด และโปร่งใสโดยนำสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ส่งศาลฎีกาโดยเร็วที่สุด
จากนั้นนายพริษฐ์ กล่าวขอบคุณการยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม และในฐานะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาฯ ที่ตรวจสอบเรื่องนี้จะนำข้อมูลหลักฐานตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมชี้ว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ กกต. จะมีมติทางใดทางหนึ่ง กับการดำเนินการว่าจะยกคำร้องหรือยื่นฟ้องต่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปยังศาลฎีกา ภายใน 90 วัน
โดยคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระฯ ได้พิจารณาวาระนี้เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. และการเลือกตั้งปี 2569 จากข้อมูลที่ตัวแทน กกต. มาชี้แจงได้เปิดเผยว่าขณะนี้ กกต. อยู่ระหว่างการดำเนินตรวจสอบข้อมูล 2 ชุด คือ 1. รายงานของคณะกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 ที่มีสรุปรายงานว่าให้ยื่นฟ้อง กับ 2. คณะอนุวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ซึ่งผลสรุปรายงานให้ยกฟ้องสวนทางกัน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ พยายามตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะทั้ง 2 ชุด เกี่ยวกับความรอบคอบในการพิจารณา เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลของคณะไหนมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน
ซึ่งคณะกรรการไต่สวน ชุดที่ 26 มีการตรวจสอบร่วมกันระหว่าง กกต. และดีเอสไอ ใช้เวลา 120 วันตรวจสอบ มีผลตรวจสอบยาว 90,000 หน้า ยังมีความเห็น ของกรรมการความยาว 1,000 หน้า รวมถึงการสอบพยานบุคคล 100 คน โดย ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 ไม่ได้ตอบว่าในสำนวนมีหลักฐานอะไรบ้าง เพียงยืนยันว่ามีประเภทหลักฐานที่หลากหลาย เช่น หลักฐานการนัดหมาย การตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
นายพริษฐ์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าคณะอนุวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 มีกรอบเวลาในการพิจารณา จำนวนครั้งในการประชุม และผลสรุปที่ออกมาได้ข้อสรุปอย่างไร และคณะชุดนี้เป็นการตั้งขึ้นพิเศษขึ้นมาไม่ได้ใช้ 35 คณะที่มีอยู่แล้ว และ 7 คน ที่เป็นอนุกรรมการไม่ได้ใช้คนมาจากคณะอนุที่มีอยู่ 35 ชุด แต่แต่งตั้งคนนอก ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงทำหนังสือสอบถามไปยัง กกต. เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมเชิญชวนสังคมตรวจสอบในประเด็นนี้ เพื่อเทียบเคียงมาตรฐานการทำงานของคณะตรวจสอบ 2 ชุด เพื่อที่จะได้สรุปว่าชุดไหนมีพยานหลักฐานหนักแน่นมากกว่ากัน
นายพริษฐ์ กล่าวถึงกรณีที่เลขาธิการ กกต. จะเอาผิดผู้ที่เผยแพร่คลิปวันเลือก สว. ที่ได้นำมาเผยแพร่ว่า หน้าที่ของ กกต. ในตอนนี้คือ การน่าตรวจสอบในทุกเรื่องที่มีความปรากฏหรือเรียกร้องให้ กกต. มีสมาธิในการตรวจสอบ และทำงานอย่างตรงไปตรงมาในคดีฮั้ว สว.
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง