2 มิ.ย. 69 - ประธานรัฐสภา ให้การรับรองเอกอัครราชทูตจีน ย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น พร้อมเดินหน้าผลักดันความร่วมมือโครงการรถไฟความเร็วสูง-พลังงานสะอาด ด้านเอกอัครราชทูตจีน ชื่นชมไทยจริงจังปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์-อาชญากรรมข้ามชาติ

image

          นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรองนายจาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแนะนำตัวและแสดงความยินดีในโอกาสที่นายโสภณได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร
          ประธานรัฐสภา กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตฯ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นมาอย่างยาวนาน ทั้งในระดับสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาล รัฐสภา และประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมิตรภาพและความร่วมมือในทุกมิติ
          ประธานรัฐสภา ระบุว่า ตนมีโอกาสเดินทางเยือนจีน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือความร่วมมือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และครั้งที่สองในฐานะประธานกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เพื่อศึกษาดูงานด้านการศึกษาที่มณฑลไห่หนาน ซึ่งทำให้ได้เห็นพัฒนาการของจีนอย่างก้าวกระโดดในหลายด้านทั้งด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การแพทย์ การสื่อสาร การศึกษา การท่องเที่ยว และระบบคมนาคม ถือเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
          นอกจากนี้ ประธานรัฐสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยมองจีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่สำคัญของโลก และเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างสองประเทศจะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและนักท่องเที่ยว
          สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ตนเป็นบุคคลแรกที่เริ่มต้นการเจรจาความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของตน พร้อมยืนยัน ว่ารถไฟความเร็วสูงจะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อเชื่อมโยงไทย-ลาว-จีน 3 ประเทศเข้าด้วยกัน เป็นเครือข่ายการขนส่งทั้งคนและสินค้า ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ทั้ง 2 ประเทศ และในฐานะประธานรัฐสภา ตนพร้อมสนับสนุนและผลักดันให้โครงการสำคัญนี้ให้เดินหน้าต่อไป
          ประธานรัฐสภา ยังกล่าวถึงความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทางเลือกเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนด้านพลังงานของโลก และเห็นว่าจีนเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดที่ก้าวหน้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือในอนาคต พร้อมกันนี้ ยังสะท้อนถึงความท้าทายด้านการลงทุน โดยระบุว่าการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายของไทยอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความยั่งยืนและความเชื่อมั่นในระยะยาว โดยรัฐบาลจะดำเนินการจัดระเบียบการลงทุนและปราบปรามผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
          ด้านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า จีนพร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จีนมีศักยภาพสูงและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของไทย
          เอกอัครราชทูตฯ ระบุว่า จีนมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และกำลังก้าวสู่การเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าไทย ขณะเดียวกันบริษัทจีนจำนวนมากยังให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
          นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงบทบาทสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยเฉพาะสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่เสด็จเยือนจีนมาแล้ว 57 ครั้ง และมีกำหนดเสด็จเยือนจีนอีกครั้งในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อติดตามความร่วมมือด้านอวกาศ รวมถึงการปล่อยยานฉางเอ๋อ-8 ซึ่งจะบรรทุกอุปกรณ์จากประเทศไทยขึ้นสู่อวกาศ
          ด้านคมนาคม เอกอัครราชทูตฯ ยังกล่าวชื่นชมบทบาทของนายโสภณในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน พร้อมแสดงความหวังว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟจีน-ลาว และยกระดับระบบคมนาคมของภูมิภาค
          ทั้งนี้ จีนยังแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยที่ดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด พร้อมยืนยันว่าจีนพร้อมขยายความร่วมมือด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายกับไทย ลาว และเมียนมา เพื่อยกระดับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
          ประธานรัฐสภา ยืนยันว่า ฝ่ายนิติบัญญัติไทยพร้อมใช้กลไกของรัฐสภาในการสนับสนุนข้อตกลง ความร่วมมือ และสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมมิตรภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน อันจะนำไปสู่ความกินดีอยู่ดีของประชาชนไทยและจีนในระยะยาว

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ